หน้าแรก เศรษฐกิจ กรรมการแข่งขั...

กรรมการแข่งขันฟิต! ลงสำรวจทั่วประเทศ อุดช่องโหว่ทำการค้าไม่เป็นธรรม

29.07.19 | 02:59 น.

นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ประธานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า คณะกรรมการแข่งขันได้เร่งพิจารณาเรื่องร้องเรียนคงค้างทั้งเก่าในชุดเดิมและเรื่องใหม่ที่เพิ่งส่งมา โดยเสร็จเรียบร้อยแล้วประมาณ 90-95 % ในจำนวนนี้ 7-8 เรื่องพบว่ามีมูลและเข้าข่ายกระทำความผิดจริงจึงสั่งลงโทษทางแพ่งแล้ว ส่วนบางเรื่องเหตุเกิดขึ้นก่อนกฎหมายการแข่งขันทางการค้าฉบับใหม่ มีผลใช้บังคับทำให้ไม่สามารถดำเนินการลงโทษได้ ดังนั้น คณะกรรมการแข่งขันได้หารือกับคณะกรรมการกฤษฏีกา เพื่อหาแนวทางแก้ไขและสามารถดำเนินการเอาผิดปรับและลงโทษได้ตามมติคณกรรมการ โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา

“ตอนนี้ร้องมามากเกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ได้รับการร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมเหนือตลาด เอาเปรียบ เช่น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ผู้ประกอบการรายเล็กนำของมาขาย นำสินค้าขึ้นแพลตฟอร์ม ลดสินค้าทั้งที่เจ้าของสินค้าไม่อยากลดราคา รวมไปถึงเว็บไซต์จองโรงแรมมักมีโปรโมชั่นลดราคาต่ำ อีกทั้งจากการลงพื้นที่ของคณะกรรมการ พบว่า มีหลายธุรกิจมีลักษณะฮั้วกัน เช่น โรงงานผลิตน้ำแข็ง ตกลงราคากันเอง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อกฎหมายที่กำหนดราคาขายให้กับผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือกในการซื้อน้ำแข็งราคาถูก เป็นการบังคับซื้อ นอกจากนี้ในเรื่องของคุณภาพสินค้า ก็แตกต่างกันไปแต่ละโรงงานที่มีต้นทุน ความสะอาด สุขอนามัย แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีสินค้าตัวอื่นๆอีกที่มีการฮั้วราคากันในแต่ละพื้นที่ ” นายสกนธ์ กล่าว

นายสกนธ์ กล่าวว่า พฤติกรรมที่ผ่านมาของผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่ทำกันอย่างปกติ โดยไม่รู้ว่าเป็นพฤติกรรมในการทำธุรกิจที่ผิดกฎหมายเช่นเดียวกับชาวบ้านในพื้นที่ก็ไม่รู้ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นลักษณะห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งราคาเป็นแค่ตัวชี้วัดแต่พฤติกรรมเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมายโดยใช้เทคนิค วิธีการ เช่น กรณีการรับซื้อหมูโดยซื้อตอนเย็นแต่ยังไม่ชำแหละ พอรุ่งเช้าอีกวันถึงมีการชำแหละ ซึ่งตรงนี้เป็นเทคนิคเพราะเมื่อข้ามวันน้ำหนักหมูก็จะลด ราคาซื้อขายก็เปลี่ยนไป เกษตรกรก็ได้ขายได้ราคาต่ำกว่าที่ตกลงกันไว้ เป็นต้น

นายสกนธ์ กล่าวว่า ล่าสุดจัดตั้งคณะทำงานตรวจสอบการมีพฤติกรรมในลักษณะห่วงโซ่อุปทานที่ขัดแย้งการแข่งขัน ทั้งสินค้าเกษตร ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ซึ่งขัดกับกฎหมายการแข่งขันทางการค้า โดยจะมีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบพฤติกรรม ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ ผู้ประกอบการรายย่อย ธุรกิจที่ค้าขายในพื้นที่ จากนั้นนำมาพิจารณาจัดทำโครงสร้างตลาดทั้งระบบ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการแข่งขัน ประกาศใช้ไกด์ไลน์ค้าปลีกแล้วที่จะเอาผิด 8 พฤติกรรมทำการค้าไม่เป็นธรรม เช่น กดราคารับซื้อต่ำกว่าราคารับซื้อปกติ คืนสินค้าที่ไม่เป็นธรรม บังคับให้ยอมรับสัญญาการฝากขายสินค้า เป็นต้น