กลุ่มพลังงานหมุนเวียน ‘ส.อ.ท.’ จ่อหารือ ‘สนธิรัตน์’ เคลียร์ปัญหาพีดีพี 2018 ไม่ตอบโจทย์ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก แนะทบทวนควรทยอยรับซื้อไฟพลังงานหมุนเวียนต่อเนื่อง เพิ่มอัตราซื้อไฟโซลาร์ภาคประชาชนใหม่
นายสุวัฒน์ กมลพนัส ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มได้ทำหนังสือขอหารือกับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อเสนอให้ทบทวนแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือพีดีพี2018 (2561-80) เนื่องจากขาดความชัดเจนในรายละเอียดและไม่เอื้อต่อการส่งเสริมการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในระดับชุมชนหรือเศรษฐกิจฐานรากซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงพลังงาน
“ล่าสุดนายสนธิรัตน์มีนโยบายพัฒนาพลังงานมาสร้างรายได้และลดค่าใช้จ่ายให้กับชุมชน ซึ่งพลังานหมุนเวียนถือเป็นส่วนที่จะเข้าไปส่งเสริมในระดับรากหญ้าเพราะเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม หรือเอสเอ็มอี และบางประเภทเป็นการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร อาทิ โรงไฟฟ้าชีวมวล ก๊าซชีวภาพ” นายสุวัฒน์กล่าว
นายสุวัฒน์กล่าวว่า พีดีพี2018 ภาพรวมไม่ได้มีปัญหาแต่มีบางประเด็นจำเป็นต้องทบทวนใหม่ โดยเฉพาะเรื่องของการรับซื้อไฟจากพลังงานหมุนเวียนที่แม้แผนจะบรรจุการรับซื้อไฟใหม่จะรวมอยู่ที่ 18,176 เมกะวัตต์ แต่การรับซื้อกลับเน้นรับซื้อในช่วง 10 ปีหลังของแผน พร้อมกันนี้เห็นว่าการรับซื้อไฟฟ้าควรจะเน้นการประมูลโดยกำหนดราคากลางที่เหมาะสมแต่ละประเภทและเทคโนโลยีที่ต่างกันไป นอกจากนี้ การรับซื้อไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ภาพรวมที่มีสูงถึง 10,000 เมกะวัตต์นั้น รัฐควรกระจายการรับซื้อให้หลากหลายเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาในประเทศทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัยหรือโซลาร์ภาคประชาชน และโซลาร์รูฟท็อปที่เป็นหลังคาอาคารโรงงาน ธุรกิจ โซลาร์ลอยน้ำที่เป็นในส่วนของเอกชน โซลาร์ฟาร์ม
“รัฐมีนโยบายรับซื้อโซลาร์ภาคประชาชน 1,000 เมกะวัตต์ ทยอยปีละ 100 เมกะวัตต์ เริ่มนำร่องปีนี้ อัตรารับซื้อไฟส่วนที่เหลือจากการใช้ 1.68 บาทต่อหน่วย พบว่าไม่เอื้อให้เกิดขึ้นเพราะค่าไฟต่ำเกินไป และควรเปิดให้หลังคาโรงงานขายไฟส่วนที่เหลือเข้าระบบได้ด้วย แต่ให้ราคาต่ำกว่าบ้านเรือน เพราะโรงงานเหล่านี้ต้องการใช้ไฟเองเป็นหลักอยู่แล้ว” นายสุวัฒน์กล่าว
นายสุวัฒน์กล่าวว่า กลุ่มยังคงยืนยันหลักการเดิมที่เคยเสนอกระทรวงพลังงานรวม 7 ประเด็นที่ต้องทบทวนพีดีพี อาทิ การจัดทำแผนพีดีพี2018 ไม่ได้รวมไฟฟ้าจากกลุ่มผู้ผลิตไฟเองใช้เอง (ไอพีเอส) ในการวางแผนทำให้ตัวเลขมีโอกาสคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงมาก, วิธีคำนวณกำลังผลิตไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ควรใช้ตัวเลขของกำลังการผลิตไฟฟ้าที่พึ่งพาได้ทั้งหมดของระบบ, ขาดมิติการส่งออกพลังงานไฟฟ้าไปต่างประเทศ, ขาดแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (เออีดีพี) และแผนอนุรักษ์พลังงาน (อีอีพี) ซึ่งเห็นว่าควรจะจัดทำ 2 แผนนี้ให้เสร็จก่อนเพื่อให้ทราบศักยภาพทั้งหมดด้านพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน จึงมากำหนดแหล่งพลังงานแต่ละประเภทต่อไป

