นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.มีแผนออกสลากออมทรัพย์ยั่งยืน ราคาหน่วยละ 20 บาท วงเงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ โดยเป้าหมายเปิดขายให้สำหรับผู้ซื้อรายย่อยให้เข้ามาออมเงินพร้อมลุ้นรับโชคในทุกเดือนตลอดอายุสลากระยะเวลา 24 เดือน จ่ายดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี และสามารถลุ้นรับโชคได้ 2 ต่อ คือ ลุ้นรับรางวัลจากหมายเลขสลากในวันที่ 16 ของเดือนที่ซื้อ จากนั้นจะสามารถลุ้นรับโชคใหญ่รางวัลละ 1 ล้านบาท เป็นรางวัลประจำปี จับปีละ 1 ครั้ง
นายสมเกียรติกล่าวว่า การขายสลากจะผ่าน 4 ช่องทางหลัก คือ 1.สาขาของธนาคาร 2.ผ่านโทรศัพท์มือถือ 3.ตู้เติมเงินโทรศัพท์ และ 4.ผ่านร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น โดยผู้ซื้อต้องเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารก่อนเป็นลำดับแรก และสลากออมทรัพย์ของ ธ.ก.ส.แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1.สลากออมทรัพย์มั่นคง ซึ่งได้ออกไปแล้วเมื่อปีบัญชีที่แล้ว 2.สลากออมทรัพย์มั่งคั่ง ซึ่งได้เปิดขายอยู่ในขณะนี้ และ 3.สลากออมทรัพย์ยั่งยืน ซึ่งกรณีสลากออมทรัพย์มั่นคงและมั่งคั่งนั้น เน้นผู้ฝากที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไป โดยสลากออมทรัพย์มั่นคงนั้นขายหน่วยละ 500 บาท ส่วนสลากออมทรัพย์มั่งคั่งเราขายหน่วยละ 100 บาท ทั้งนี้ วงเงินฝากผ่านสลากออมทรัพย์ของธนาคารปัจจุบันอยู่ที่ 4.4 แสนล้านบาท จากยอดเงินฝากรวม 1.5-1.6 ล้านล้านบาท
นายสมเกียรติกล่าวว่า สลากออมทรัพย์ยั่งยืนน่าจะจูงใจประชาชนรายย่อยให้มาออมเงิน ได้มีวินัยการออม เพราะนอกจากลุ้นโชคแล้วยังได้รับดอกเบี้ย หากซื้อสลากจำนวน 2 แสนบาท จะมีสิทธิถูกรางวัลเงินโบนัส 2 พันบาท นอกจากนี้ มีโอกาสถูกรางวัลใหญ่ประจำปีเพิ่มเติมอีก โดย ธ.ก.ส.หวังว่าการออกสลากออมทรัพย์ยั่งยืนดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในช่องทางช่วยลดปัญหาหวยใต้ดิน เพราะประชาชนสามารถเข้ามาซื้อสลากได้ทุกๆ เดือน ยังมีสิทธิลุ้นรับโชคเหมือนกับการซื้อหวยใต้ดินด้วย
นายสมเกียรติกล่าวว่า สำหรับแผนการระดมเงินฝากปีบัญชี 2562/63 จะมียอดเติบโตจากปีก่อนประมาณ 6 หมื่นล้านบาท โดยการรับฝากเงินตามปกติและการออกสลากดังกล่าวจะทำให้ธนาคารมีสภาพคล่องที่เพียงพอรองรับการปล่อยสินเชื่อตามปกติของธนาคารที่ตั้งเป้าหมายขยายตัวประมาณ 9.5 หมื่นล้านบาท และจะสามารถรองรับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ในการสนับสนุนเกษตรกรอีกด้วย
“จากยอดเงินฝากรวมจะมีเงินฝากในส่วนของเกษตรกรอยู่ที่ประมาณ 3 แสนล้านบาท ซึ่งตามเป้าหมาย ธ.ก.ส.ต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรมียอดเงินฝากให้มากขึ้น ปีนี้ตั้งเป้าให้มีเงินฝากจากเกษตรกรในสัดส่วน 27% หรือ 1.6 หมื่นล้านบาท ของยอดเงินฝากที่เพิ่มขึ้นสุทธิ ส่วนหนึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากนโยบายพักหนี้เกษตรกร 3 ปี ของรัฐบาลชุดนี้ เมื่อมีนโยบายดังกล่าว ต้องเข้าไปส่งเสริมความรู้ทางด้านการเงิน เพื่อให้เกษตรกรเก็บออมให้มากขึ้น” นายสมเกียรติกล่าว

