นายดิเรก บุญแท้ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมเดินหน้าหารือกับผู้ประกอบการตามที่ได้รับมอบหมายจากนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่ให้ขยายความร่วมมือกับผู้ประกอบการในการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต โดยล่าสุดได้มีการหารือร่วมกับผู้บริหารเว็บไซต์ชั้นนำ ในส่วนที่เป็นแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าที่คนไทยรู้จัก เช่น ชอปปี้ และลาซาด้าแล้ว รวมถึงได้หารือกับโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดของโลก อย่างเฟซบุ๊ก และเสิร์ชเอนจินที่มีคนใช้งานมากที่สุดในโลก อย่างกูเกิล เพื่อร่วมมือในการแก้ไขปัญหาแล้ว
ทั้งนี้ ในส่วนของลาซาด้า ได้ยืนยันว่ามีการเปิดช่องทางให้ผู้บริโภคและเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ได้ร้องเรียนกรณีพบเจอปัญหาสินค้าละเมิดในเว็บไซต์ โดยสามารถแจ้งได้ผ่านแพลตฟอร์มโดยตรง และจะดำเนินการตรวจสอบให้ทันที หากพบว่าเป็นการจำหน่ายสินค้าละเมิดจริง ก็จะมีบทลงโทษ ตั้งแต่การลบ URLs ที่ขายสินค้าออกจากเว็บไซต์ จัดอันดับการค้นหาให้อยู่ในลำดับท้าย ลบบัญชีผู้ขายสินค้า และขึ้นแบล็กลิตส์ไม่ให้ขายสินค้า
ส่วนทางชอปปี้ ก็มีการดำเนินการในลักษณะเดียวกัน โดยเมื่อเจ้าของตรวจสอบพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าละเมิดบนเว็บไซต์ หรือในแอปพลิเคชันของชอปปี้ ก็สามารถแจ้งไปยังคอลเซนเตอร์ พร้อมเอกสารหลักฐาน เมื่อตรวจสอบพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าละเมิดจริง ก็จะมีมาตรการจัดการ เช่น ลบ ระงับ ตัดสิทธิ์ผู้ขายไม่ให้นำสินค้ามาขายได้อีก เป็นต้น
สำหรับทางกูเกิล ได้แจ้งว่าปัจจุบันมีการตรวจสอบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอยู่แล้ว เมื่อพบการละเมิด จะดำเนินการบล็อกการเข้าถึง ลบ หรือจำกัดการเข้าถึงเนื้อหา ขณะที่เฟซบุ๊ก แจ้งว่า มีช่องทางให้เจ้าของสิทธิ์แจ้งปัญหาการละเมิดโดยส่งรายงานเข้าไปยังศูนย์ช่วยเหลือ หรือแจ้งผ่าน [email protected]
“ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่เว็บไซต์ชื่อดัง ทั้งชอปปี้และลาซาด้า ลงมาเล่นด้วย ในการป้องกันปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาทำได้ดีขึ้น ส่วนกูเกิล และเฟซบุ๊ก เขาก็มีช่องทางให้เจ้าของสิทธิ์ที่พบเห็นการละเมิด แจ้งปัญหาเข้าไปได้ และพร้อมที่จะดำเนินการจัดการให้ หากพบว่ามีการละเมิดเกิดขึ้นจริง”นายดิเรกกล่าว

