นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันกรมอยู่ระหว่างการทบทวนแผนงานเพื่อให้บรรลุตามภารกิจปี 2563 ใหม่ หลังจากเปลี่ยนรัฐบาลใหม่และให้ทุกหน่วยงานทำการทบทวนเพื่อปรับแก้หรือยืนยันตามเดิมที่ได้ยื่นไว้ในรัฐบาลก่อน โดยในส่วนของการส่งเสริมการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่กรมได้จัดทำไว้ 5 แนวทางเพื่อเป็นกรอบปฎิบัติช่วงปี 2563-65
นายอดุลย์ กล่าวว่า ในแผนงานประกอบด้วย 1.ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและค้าชายแดนเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกและนำเข้า 2. ยกระดับและเพิ่มศักยภาพด่านรอง เพื่อลดความแออัดในด่านหลักและเพิ่มมูลค่าการค้า2ฝ่าย 3. ส่งเสริมการค้าบริการคู่กับค้าชายแดน เพื่อชดเชยส่งออกสินค้าที่อาจได้ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก 4. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และ 5. ปรับปรุงกฎระเบียบและส่งเสริมความร่วมมือ ซึ่งแต่ละปีจะใช้งบประมาณเฉลี่ย 40 ล้านบาท โดยเป้าหมายจะรักษาฐานค้าชายแดนที่หักกลุ่มก๊าซให้เกิน 1.1 ล้านล้านบาท และขยายตัวได้ปีละ 15% หากรวมทุกกลุ่มสินค้า ก็จะมีมูลค่ารวม 1.5-1.6 ล้านล้านบาท
นายอดุลย์ กล่าวว่า พร้อมกับเตรียมเชิญผู้ส่งออกและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมาหารือถึงสถานการณ์ส่งออกและอาจทบทวนเป้าหมายการส่งออกข้าวปีนี้ที่กำหนดไว้ 9.5 ล้านตัน รวมถึงแผนดันส่งออกข้าวปี 2563 เนื่องจากยังมีปัจจัยรุนแรงจากภัยแล้งจนกระทบต่อปริมาณผลผลิตและราคาต้นทุนข้าว รวมถึงยังมีปัจจัยกดดันจากค่าบาทแข็ง และการแข่งขันค้าข้าวโลกรุนแรงขึ้น
“ต้องทบทวนเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์และนโยบายของรัฐบาล แม้หลายแผนงานผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการฯเฉพาะด้าน ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานแล้ว แต่เมื่อเปลี่ยนประธานใหม่ก็ต้องประชุมเพื่อขอให้พิจารณาและอนุมัติใหม่ “ นายอดุลย์
นายอดุลย์ กล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณปี 2563 อาจมีความล้าช้า3-4 เดือนนั้น ยอมรับว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อการจัดทำโครงการบ้างส่วน แต่สำหรับโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดนที่เหลือปี2562 ที่จะสิ้นสุดใน2 เดือนจากนี้ ได้มีการเตรียมแผนไว้แล้ว จะไม่มีปัญหาอะไร อาทิ ได้แก่ การจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (YEN-D Program) จัดงานมหกรรมการค้าชายแดน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ มุกดาหาร-สะหวันนะเขต “สานสัมพันธ์การค้า เชื่อมโยงสองฝั่งโขง” เป็นต้น
