หน้าแรก เศรษฐกิจ สทนช. หวั่นแล...

สทนช. หวั่นแล้งลามกระทบแผนจัดสรรน้ำแล้งหน้า

30.07.19 | 18:00 น.

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้เสนอภาพรวมสรุปสถานการณ์ภัยแล้งในช่วงฤดูฝนและมาตรการแก้ไขต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และเห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อมอบหมายหน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ฤดูแล้งปี 2561/62 ต่อเนื่องจนถึงต้นฤดูฝนปี 2562 พบว่า สถานการณ์ฝนในช่วงครึ่งแรกของฤดูฝน ตั้งแต่มิถุนายน​-กลางเดือนกรกฎา​คม 2562 ปริมาณฝนน้อยกว่าที่คาดการณ์ 30-40% โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เหนือ และกลาง ทำให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำน้อยลง

“ปัจจุบันทั้งประเทศมีปริมาณน้ำรวม 38,190 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 47% ของความจุ ซึ่งแหล่งเก็บน้ำทั้งหมดในพื้นที่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันออก มีน้ำน้อยกว่า 50% โดยเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ถึง 20 แห่ง ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% เช่น เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก เขื่อนลำพระเพลิง จ.นครราชสีมา เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี และบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ เป็นต้น นอกจากนี้ ฤดูแล้งที่ผ่านมายังมีการใช้น้ำมากกว่า 3,589 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่ 41 จังหวัด ปลูกพืชฤดูแล้งมากกว่าแผนถึง 1.61 ล้านไร่” นายสมเกียรติกล่าว

นายสมเกียรติ​ กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ดังกล่างข้างต้น สทนช. ได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการวิเคราะห์สถานการณ์และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำนอกเขตชลประทาน 83 อำเภอ 20 จังหวัด  พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาภัยแล้ง 3 ระยะ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)​ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะยาว โดยจะมีการปฎิบัติ​ดังนี้ 1.มาตรการเร่งด่วน อาทิ การทำงานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ที่ต้องเร่งปฏิบัติการฝนหลวงเหนืออ่างฯ และพื้นที่เกษตร เป็นต้น

นายสมเกียรติ​ กล่าวต่อว่า 2.มาตรการระยะสั้น อาทิ เร่งรัดหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณงบกลาง รายการเงินสำรองเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น ปี 2562 ก่อสร้างซ่อมแซมฝายชะลอน้ำให้ทันต่อการรับน้ำในฤดูฝน ปี 2562 และงานขุดลอกเพิ่มความจุแหล่งน้ำ เป็นต้น  และ 3 มาตการระยะยาว อาทิ ให้หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณบูรณาการ เร่งรัดการปฏิบัติงานโครงการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ และโครงการแหล่งน้ำตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ให้เป็นไปตามแผน เป็นต้น