หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ดีป้า’ จัด ‘...

‘ดีป้า’ จัด ‘สมาร์ทซิตี้ ไทยแลนด์ โรดโชว์’ ดึงผู้นำเมืองติวเข้ม ปลุกไอเดียดันต้นแบบเมืองอัจฉริยะ

31.07.19 | 10:31 น.

นายขจิต ชัชวานิชย์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการสมาร์ทซิตี้ ไทยแลนด์ โรดโชว์ ว่า กรุงเทพมหานคร เป็น 1 ใน 26 เมืองนำร่อง เครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน โดยคาดว่า ประเทศไทยจะสามารถสร้างต้นแบบการพัฒนาให้เป็นเมืองอัจฉริยะสู่ระดับอาเซียนได้ ด้วยศักยภาพและความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานของระบบสาธารณูปโภคที่ครบครัน มีสถานศึกษาจำนวนมากสามารถพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพ ป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน และยังเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ

นายขจิต กล่าวว่า จากรายงานโดยกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬาปี 2561 พบว่า ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามากว่า 38,277,300 คน และเกิดรายได้มวลรวมจากการท่องเที่ยวกว่า 1,831,105 บาท ทั้งนี้ ด้วยความพร้อมของพื้นที่ ซึ่งเอื้อให้เกิดการใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ควบคู่กับการคงไว้ซึ่งรูปแบบของขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมที่ดี

“ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนปี 2562 และ กทม. จะเป็นเจ้าภาพงานประชุมและนิทรรศการเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ระหว่างวันที่ 22 – 24 สิงหาคม 2562 โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นการร่วมหารือเพื่อสร้างกรอบในการพัฒนา 26 เมืองนำร่องของประเทศสมาชิก จากการถอดบทเรียนการพัฒนาเมืองแต่ละด้านที่มีความหลากหลายของประเทศไทย รวมทั้งเป็นประตูสู่ประเทศนอกอาเซียน” นายขจิต กล่าว

นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เป็นหนึ่งในเป้าหมายการขับเคลื่อนประเทศที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ซึ่งทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเช่นกัน โดยหลักการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ คือ การบริหารจัดการ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรม ให้เกิดความยั่งยืน และมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาให้เมืองน่าอยู่ ซึ่งประกอบด้วย เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เติบโตอย่างสมดุล

Advertisement

นายณัฐพล กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมสมาร์ทซิตี้ ไทยแลนด์ โรดโชว์ นอกจากจะผลักดันให้เกิดการการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของเมือง การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแล้ว ยังมีส่วนสร้างความตระหนักรู้ เสริมสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เพื่อปรับทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชนในการเปลี่ยนผ่านสู่เมืองอัจฉริยะ เช่น การพัฒนาสู่สังคมไร้เงินสด การพัฒนาอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง การปรับใช้แอพพลิเคชั่นสำหรับช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวัน เป็นต้น

“การเป็นเมืองอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและมีราคาสูงเท่านั้น แต่การเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ และ นำไปสู่การแก้ปัญหาที่มีอยู่ พร้อมยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน ก็ถือเป็นเมืองอัจฉริยะแล้ว” นายณัฐพล กล่าว

ทั้งนี้ ภายในงานมีการบรรยาย โดยนายนน อัครประเสริฐกุล ผู้เชี่ยวชาญส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอาวุโสดีป้า ในหัวข้อ การแนะนำหลักเกณฑ์ และขั้นตอนการสมัครเป็นเมืองอัจฉริยะ ได้นำเสนอรายละเอียด หลักเกณฑ์และขั้นตอนการสมัครเป็นเมืองอัจฉริยะ ในรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อแนะนำขั้นตอนแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ ซึ่งเป็นผู้นำเมืองในกทม. และ ปริมณฑล ตัวแทนหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ทั้งส่วนราชการและเอกชน ตลอดจนสถานศึกษา เข้าจำนวนกว่า 100 คน สำหรับงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการสมาร์ทซิตี้ ไทยแลนด์ โรดโชว์ ที่กรุงเทพมหานครครั้งนี้ เป็นกิจกรรมสุดท้ายของปี 2562