นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยในการประชุมหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (เฟคนิวส์) ว่า เป็นการเร่งรัดนโยบายด้านการส่งเสริมความมั่นคงทางด้านดิจิทัล มุ่งเน้นด้านการเผยแพร่ข่าวสารที่ถูกต้อง โดยจะตั้งหน่วยงานศูนย์เฟคนิวส์เซ็นเตอร์ เน้นสื่อสารข่าวการเตือนภัยพิบัติและข่าวลวงที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ การหลอกลวงให้ลงทุน การขายสินค้าอันตรายและผิดกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และลดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ
นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ รวมถึงเร่งรัดหามาตรการในการจัดการกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในด้านต่างๆ กับภารกิจด้านการรักษาความปลอดภัยในโลกดิจิทัลและอาชญากรรมออนไลน์ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 กับกรณีศึกษาการใช้โซเชียลมีเดีย ในบริบทของประเทศไทย เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตโดยโทรศัพท์มือถือสูงถึง 180% ของประชากรและมีการใช้สื่อโซเชียลมีเดียสูงมาก โดยมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊คสูงสุดถึง 54 ล้านคน, ไลน์ 42 ล้านคน และทวิตเตอร์ 12 ล้านคน ซึ่งการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ของประชาชนดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความท้าทายต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม ศีลธรรม วัฒนธรรมและประเพณี และมีความขัดแย้งต่อกฎหมายและกฎระเบียบของประเทศไทยในหลายกรณี เช่น กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายอาญาว่าด้วยการหมิ่นประมาท กฎหมายด้านการจัดเก็บภาษี กฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น
“จะเน้นการขับเคลื่อนงานจัดตั้งศูนย์เฟคนิวส์เซนเตอร์จะต้องหามาตรการและแนวทางในการจัดการกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในด้านต่างๆในครั้งนี้โดยจะได้หารือร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต่างๆ กว่า 15 หน่วยงาน อาทิ กรมสรรพากร, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, กระทรวงกลาโหม, กองทัพบก, ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมประชาสัมพันธ์ และ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นการหาทางร่วมมือกันทำงานทุกหน่วยงานจะมาร่วมสะท้อนแนวคิดการขับเคลื่อนของประเทศไทย เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาการใช้สื่อโซเชียลมีเดียที่มีคุณภาพและมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยในบริบทของประเทศไทย ควรมีแนวทางในการสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในการดูแลสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ตลอดจนความมั่นคงของประเทศไทย” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงได้สรุปประเด็นต่างๆ ที่พบการกระทำความผิดบนสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีผู้เสียหายแจ้งความต่อทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ เรื่องที่ 1การใช้โซเชียลมีเดีย เป็นองค์ประกอบการกระทำความผิดตามกฎหมายไทย/กฎหมายนานาชาติ (เชื่อมโยงการใช้งาน/ปรากฏเนื้อหา ข้อความ ภาพเคลื่อนไหว หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ได้แก่ 1.การก่อการร้ายสากล/ปัญหาชายแดนภาคใต้ 2.ความรุนแรงสุดโต่ง 3.ยาเสพติด 4.การลามกอนาจาร/เด็กและเยาวชน 5.อาหารยาวัตถุอันตรายเครื่องสำอาง 6.การจัดเก็บภาษี 7.ทรัพย์สินทางปัญญา 8.สินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายอื่น 9.ความมั่นคงของประเทศ และ 10.ความสงบเรียบร้อยของสังคม/ขัดศีลธรรมอันดี
ส่วนเรื่องที่ 2 การหามาตรการในการจัดการกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในด้านต่างๆ ได้แก่ 1.พฤติกรรมที่รุนแรงและเกี่ยวกับอาชญากรรม ความรุนแรงและการยุยง บุคคลและองค์กรที่เป็นอันตราย 2.ความปลอดภัย อาทิ การฆ่าตัวตายและการทำร้ายตัวเอง ภาพโป๊เปลือยของเด็ก และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก 3.เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม อาทิ คำพูดที่แสดงความเกลียดชัง เนื้อหารุนแรงและโจ่งแจ้ง 4. การหลอกลวงและเฟคนิวส์ อาทิ สแปม การบิดเบือนความจริง ข่าวปลอม 5.การเคารพทรัพย์สินทางปัญญา 6.คำขอที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา อาทิ คำขอจากผู้ใช้ มาตรการป้องกันเพิ่มเติมสำหรับผู้เยาว์และ 7.ความสงบเรียบร้อยของสังคม อาทิ สถาบันหลักของประเทศและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นต้น
นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการทำงานของศูนย์เฟคนิวส์เซนเตอร์ จะต้องมีการดำเนินการให้มีความรวดเร็ว ตรวจสอบให้ได้รับรู้ถึงความถูกต้องและมีวิธีการบริหารจัดการข่าวปลอมให้ได้เร็วที่สุด โดยจะมีทีมงานติดตามและคัดกรองข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ มีคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลข่าวสารที่มีแนวโน้มเป็นข่าวปลอม ทีมงานดำเนินขั้นตอนการตอบโต้ข่าวสารปลอม และเผยแพร่ข่าวสารที่ถูกต้อง ตลอดจนคณะทำงานประสานตรวจสอบข้อมูลและจัดทำข้อมูลที่ถูกต้อง
“กระทรวงดีอี ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่รับผิดชอบภารกิจด้านการรักษาความปลอดภัยในโลกดิจิทัลและอาชญากรรมออนไลน์ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 ภารกิจตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัล ภารกิจด้านการส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยี รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ จะต้องกลั่นกรอง สกัด เร่งรัดหามาตรการในการจัดการกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในด้านต่างๆ สิ่งที่มีผลกระทบในวงกว้างต่อความมั่นคงของประเทศ และสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะต่อประชาชนนั้น จะเร่งดำเนินการให้ออกมาเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

