หน้าแรก เศรษฐกิจ สอน.ชี้บริโภค...

สอน.ชี้บริโภคน้ำตาลในประเทศทรงตัว จับตาภาษีความหวาน

2.08.19 | 02:06 น.

สอน.ชี้บริโภคน้ำตาลในประเทศทรงตัว จับตาภาษีความหวาน

นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยถึงกรณีการขึ้นภาษีความหวาน อาจทำให้ภาคเอกชนหลายรายเปลี่ยนสูตรการผลิตสินค้า โดยใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ซึ่งในอนาคตจะทำให้ความต้องการอ้อยที่นำมาใช้ผลิตน้ำตาลลดลง หวั่นส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ว่า ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะหากพิจารณาจากปริมาณการบริโภคน้ำตาลทรายภายในประเทศตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งมีปริมาณการบริโภคอยู่ที่ 2.6 ล้านตัน ปี 2561 มีปริมาณการบริโภคอยู่ที่ 2.5 ล้านตัน และในปี 2562 จนถึงปัจจุบัน มีการบริโภคน้ำตาลทรายไปแล้ว (ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม) จำนวน 1.46 ล้านตัน และไทยคาดว่าจะมีปริมาณการบริโภคในปีนี้ประมาณ 2.6 ล้านตัน จะเห็นได้ว่าจากการการบริโภคน้ำตาลทราย 3 ปีที่ผ่านมา มีปริมาณใกล้เคียงกัน

“การบริโภคน้ำตาลทรายภายในประเทศจะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือผู้บริโภคโดยตรงและผู้บริโภคโดยอ้อม อาทิ ผู้ผลิตเครื่องดื่ม ขนม โดยปริมาณการจำหน่ายน้ำตาลให้กับผู้บริโภคโดยอ้อมในปี 2562 อยู่ที่ 5.7 แสนตัน ขณะที่ปี 2561อยู่ที่ 5.8 แสนตัน ลดลงแค่ 1 หมื่นตัน”นางวรวรรณกล่าว

นางวรวรรณกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์อ้อยและน้ำตาลของไทยในช่วงที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่เพิ่มขึ้นทำให้มีปริมาณอ้อยเข้าหีบและผลผลิตน้ำตาลสูงขึ้นเฉลี่ย 12 – 14 % ขณะที่ปริมาณการบริโภคน้ำตาลในประเทศและการส่งออกน้ำตาลมีอัตราการขยายตัวค่อนข้างคงที่ ประมาณ 5 – 6% ต่อปี ส่งผลให้ปริมาณสต็อกน้ำตาลของไทยเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการขึ้นภาษีความหวานอาจเป็นเพียงสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สต็อกน้ำตาลสูงขึ้นแต่ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการบริโภคน้ำตาลที่ปัจจุบันกระแสรักสุขภาพลดการบริโภคน้ำตาลมาแรง

นางวรวรรณกล่าวถึงการนำอ้อยและผลพลอยได้จากการผลิตน้ำตาลไปต่อยอดในการผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพซึ่งมีมูลค่าสูงตามนโยบายรัฐบาล ว่า ถือเป็นทางออกและการเพิ่มมูลค่าและเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลที่ยั่งยืน ซึ่งสอน.จะดำเนินส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย รวมถึงอุตสาหกรรมชีวภาพอย่างต่อเนื่องและดูแลระบบการแบ่งปันผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลให้เป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายต่อไป

Advertisement