หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.ต่อยอดคุมย...

พณ.ต่อยอดคุมยาแพง คิวต่อไปเล็งจัดระเบียบ”ค่าจัดฟัน-ทำรากฟัน”

1.08.19 | 22:23 น.

ที่กระทรวงพาณิชย์ นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมเตรียมทำหนังสือถึงทันตแพทย์สภา ขอหารือเกี่ยวกับต้นทุนการรักษาฟันในโรงพยาบาลเอกชน เนื่องจากค่ารักษาฟันถือเป็นหนึ่งในสินค้าและบริการที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.) ที่กำหนดมาตรการกำกับดูแลราคายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ และที่ผ่านมา พบว่า ค่าทำฟันราคาค่อนข้างสูงมาก โดยเฉพาะการจัดฟัน และสวมฟันปลอม และทำรากฟันเทียม เป็นต้น

” แม้ว่าเรื่องทำฟันยังไม่มีการร้องเรียนกับกรมอย่างเป็นทางการเหมือนกับเรื่องของค่ารักษาพยาบาลที่แพง แต่มีการร้องเรียนถึงอธิบดีกรมการค้าภายในเข้าไปดูแลเพราะเป็นการคิดค่าบริการที่แพงมาก และผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ก็จะเป็นเด็กเยาวชนในการจัดทำฟันหรือผู้ที่มีอายุเยอะๆในการทำรากฟันเทียมหรือสวมฟันปลอมเป็นต้น เบื้องต้นกรมจะเข้าไปดูแลเรื่องนี้เฉพาะในโรงพยาบาลเอกชนก่อน และในอนาคตอาจจะขยายไปสู่การรักษาฟันในคลินิกต่างๆ เรื่องต้นทุนการทำฟัน”

นายประโยชน์ กล่าวว่า กรมคงต้องขอความรู้จากทันตแพทย์สภารวมถึงแนวทางในการเข้ามาดูแลด้วย แต่ทราบพว่าการทำฟันค่อนข้างมีราคาแพงมาก เช่น จัดฟัน ราคา 50,000 บาท หรือ ทำรากฟันเทียม 60,000-70,000 บาท เป็นต้น และเตรียมเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มาเป็นที่ปรึกษาด้วย เพราะเชื่อว่าอาจมีประชาชนมาร้องเรียนแน่นอน ”

นายประโยชน์ กล่าวถึงความคืบหน้ากรมให้โรงพยาบาลเอกชน 353 แห่งต้องส่งข้อมูลต้นทุนซื้อขายของยาและค่าบริการกว่า 3 พันรายการ ภายในวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่า มีโรงพยาบาลอีก 48 แห่งที่ไม่ยอมส่งข้อมูลมาให้กรมตามกำหนด ซึ่งได้รายงานให้กับอธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกกร. เพื่อทำหนังสือไปยังโรงพยาบาลทั้ง 48 แห่งให้มาชี้แจงต่อไป และพิจารณาในเรื่องการปรับวันละ 2,000 บาท   และส่วนโรงพยาบาล 305 รายที่ส่งข้อมูลมาครบแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจะตรวจสอบข้อมูล และหากยาของโรงพยาบาลเอกชนที่มีราคาแพงเว่อร์และแพงกว่าโรงพยาบาลอื่นๆมาก จะรสอบถามข้อมูลให้โรงพยาบาลยืนยันความถูกต้องอีกครั้ง เพื่อที่จะนำข้อมูลที่ถูกต้องจริงๆ เพื่อลงในคิวอาร์โค้ด ให้เสร็จภายใน 15 วัน เพื่อที่โรงพยาบาลต้องนำข้อมูลราคายาที่กำหนดไปลงและการติดตั้งคิวอาร์โค้ดให้ผู้ป่วยและประชาชนสามารถสแกน ตรวจสอบราคายาฉุกเฉินกรณีจำเป็น และค่าเวชภัณฑ์ ซึ่งทุกโรงพยาบาลจะติดตั้งภายในวันที่ 15  สิงหาคมนี้