“เงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบเดิม ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น ท่ามกลางมุมมองเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยูโรโซนที่ปรับดีขึ้น”
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทยังแกว่งตัวในกรอบเดิมที่ 35.55-35.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทอ่อนค่าแตะระดับ 35.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์ รับถ้อยแถลงของประธานเฟดที่หนุนการคาดการณ์ว่า เฟดกำลังเตรียมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบการประชุมใกล้ๆ นี้ นอกจากนี้ เงินบาทยังมีแรงหนุนจากสถานะซื้อสุทธิหุ้นและบอนด์ไทยของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เองก็เผชิญแรงขาย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินเยน ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัยในช่วงที่ตลาดกังวลต่อประเด็นความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก และ BREXIT อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาเล็กน้อยในช่วงท้ายสัปดาห์ ขณะที่ นักลงทุนรอการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ
สำหรับในวันศุกร์ (3 มิ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 35.61 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 35.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (27 พ.ค.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (6-10 มิ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 35.50-35.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องจับตามุมมองของตลาดในเรื่องจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หลังรับข่าวตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (3 มิ.ย.) และถ้อยแถลงของประธานเฟดในช่วงต้นสัปดาห์ (6 มิ.ย.) ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อื่นๆ ที่จะประกาศระหว่างสัปดาห์ ประกอบด้วย สต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนเม.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนมิ.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนอาจติดตามตัวเลขทุนสำรองฯ ข้อมูลการส่งออก และเงินเฟ้อของจีน และประเด็นเรื่อง BREXIT ของอังกฤษ ซึ่งน่าจะเริ่มอยู่ในความสนใจของตลาดการเงินมากขึ้น เพราะเป็นช่วงนับถอยหลัง เข้าสู่วันลงประชามติในวันที่ 23 มิ.ย. นี้
ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดี และมุมมองต่อแนวโน้มของยูโรโซนที่ปรับดีขึ้น โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,436.43 จุด เพิ่มขึ้น 1.68% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 38.20% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 50,933.70 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 526.40 จุด ลดลง 0.44% จากสัปดาห์ก่อน
ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ จากแรงหนุนของข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง รวมทั้ง แรงซื้อของต่างชาติ ก่อนจะย่อตัวลงในช่วงกลางสัปดาห์ตามแรงขายทำกำไร อย่างไรก็ดี ดัชนีกลับมาปรับเพิ่มขึ้นได้อีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคาร หลังราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้น และ ECB มีการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจ นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติก็มีสถานะซื้อสุทธิหุ้นไทยเพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ด้วยเช่นกัน
สำหรับสัปดาห์ถัดไป ( 6-10 มิ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,425 และ1,410 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,450 และ 1,465 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ตลอดจนการรายงานปริมาณน้ำมันคงคลังของสหรัฐฯ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ คงได้แก่ ข้อมูลเงินเฟ้อ และการส่งออกเดือนพ.ค. ของจีน ข้อมูลผลผลิตอุตสาหกรรมในยูโรโซน และจีดีพีไตรมาส 1/59 ของญี่ปุ่น

