ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวระหว่างเข้าประชุมระดับรัฐมนตรีความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ระหว่างอาเซียน และ 6 ประเทศคู่เจรจา คือ จีน อืนเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ว่า ช่วงวันที่ 1-2 สิงหาคม สมาชิกบางประเทศได้ขอหารือ 2 ฝ่ายกับไทย ทั้งเกาหลีใต้ อินเดีย สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ นอกจากนี้ เป็น ส่วนใหญ่เป็นการแนะนำตัว เพราะตนเพิ่งรับตำแหน่งรมว.พาณิชย์ และต้องทำหน้าที่เป็นประธานรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) ด้วยนอกจากนี้ 6 ประเทศคู่เจรจายังได้หารือแบบสองฝ่ายกับอาเซียนด้วย โดยทุกประเทศยืนยันที่จะร่วมกันผลักดันให้อาร์เซ็ปจบได้ในสิ้นปีนี้ตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ การหารือพบว่า สมาชิกทุกประเทศต้องการเร่งผลักดันให้จบสิ่นปีนี้ตามเป้าหมาย หากสรุปผลได้จริง 16 ประเทศ จะลงนามความตกลงกลางปีหน้า และเมื่อบังคับใช้แล้ว ไทย และสมาชิกทุกประเทศ จะได้ประโยชน์จากการเปิดตลาดสินค้า บริการ ลงทุนแบบข้ามพรมแดน และได้สิทธิพิเศษต่างๆ ตามที่ได้ตกลงกันไว้ ที่สำคัญ อาร์เซ็ปจะเป็นความตกลงการค้าเสรีใหญ่ที่สุดในโลก เพราะสมาชิกมีประชากรรวมกันถึง 3,500 ล้านคน หรือประมาณ 50% ของประชากรโลก มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) รวมกันกว่า 30% ของจีดีพีโลก
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า วันที่ 3 สิงหาคม จะมีการประชุมรัฐมนตรีอาร์เซ็ปสมัยพิเศษ โดยการประชุมรอบจะหาทางออกในประเด็นที่ยังค้างอยู่บนโต๊ะเจรจา เพื่อขับเคลื่อนการเจรจาสู่เป้าหมาย และปิดรอบให้ได้ในปีนี้ หลังจากนั้นระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสจะประชุมอีก 1 ครั้ง ในเดือนตุลาคมที่เวียดนาม และการประชุมระดับรัฐมนตรีอีก 2 ครั้ง ในเดือนกันยายนและเดือนตุลาคม ที่กรุงเทพฯ ซึ่งประชุมอาร์เซ็ปจะทวีความเข้มข้นมากขึ้น และเชื่อว่าทุกประเทศจะใช้ความพยายามในการหาทางออกร่วมกัน และแสดงความยืดหยุ่น เพื่อสรุปผลการเจรจาให้สำเร็จตามเป้าหมายในปีนี้

