หน้าแรก เศรษฐกิจ เฉลียงไอเดีย ...

เฉลียงไอเดีย : ณิชาภัทร ศรีมโนธรรม ขอเลือกทำ Brand ไทยดังเทียบระดับโลก

4.08.19 | 14:10 น.
เฉลียงไอเดีย : ณิชาภัทร ศรีมโนธรรม ขอเลือกทำ Brand ไทยดังเทียบระดับโลก

เฉลียงไอเดีย : ณิชาภัทร ศรีมโนธรรม ขอเลือกทำ Brand ไทยดังเทียบระดับโลก

“เราเป็นคนรุ่นใหม่ ทำไมต้องช่วยชาติในแง่นำสินค้าไทย เอาข้าว กล้วย มะม่วง ทุเรียนมาทำสินค้า น่าจะคิดได้ไกลกว่านั้น ทำไมต้องทำ Product ไทยเพียงอย่างเดียว ทำไมไม่ทำ Brand คนไทยให้ดังไปไกล”

เบ๊น-ณิชาภัทร ศรีมโนธรรม ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ธิงค์กิ้ง กู้ด จำกัด ผู้ก่อกำเนิด “Beanbag” (บีนแบ็ก) เฉลยให้ฟังถึงความตั้งใจทำแบรนด์ถั่ว ซึ่งเจ้าตัวนิยามว่าคือ Healthy Snack ให้เป็น Global Brand (ตราสินค้าเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคทั่วโลก) เพราะเป้าหมายไม่อยากโตแค่ในประเทศ แต่มองความยั่งยืนของสินค้าโตได้ไกลๆ

คุณเบ๊นอธิบายแนวคิดการทำธุรกิจว่า การผลักดันสินค้าไทยให้เติบโตสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย มีหลายวิธี คิดได้หลายมุมมอง สำหรับเบ๊นมองกลับด้านและคิดต่าง มุ่งเน้นการทำหน้าตาและคุณภาพสินค้าให้ทัดเทียมแบรนด์นอก โดยไม่จำกัดวัตถุดิบว่าต้องเป็นพืชผลเกษตรไทยเท่านั้น แต่จะเลือกหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดมาแปรรูป

จึงไม่แปลกใจว่าทำไมผู้บริโภคส่วนใหญ่ถึงเข้าใจว่า Beanbag คือแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งหน้าตาแพคเกจจิ้งละม้ายคล้ายสินค้านำเข้าแถบยุโรป-อเมริกา หากไม่มองที่ซองบรรจุที่พิมพ์กำกับว่า “made in thailand” ก็จะไม่รู้เลย วัตถุดิบที่ใช้ ทั้งวัตถุดิบหลักคือตระกูลถั่วที่มาจากหลากหลายประเทศ รวมถึง ingredient หรือส่วนผสมต่างๆ ล้วนเป็นของดีจากประเทศต่างๆ

Advertisement

ถึงวันนี้ Beanbag ส่งออกขายในประเทศ partner หลักๆ คือตลาดสิงคโปร์ ฮ่องกง ออสเตรเลีย และดูไบ แต่สำหรับคุณเบ๊น สาวน้อยวัย 26 ปี บัณฑิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (หลักสูตรนานาชาติ BBA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังมองตัวเองว่าเป็นแค่สตาร์ตอัพ เอสเอ็มอี ธุรกิจยังเล็กๆ แต่มีความตั้งใจจะให้ Beanbag ต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของทุกคน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ทำไมถึงเลือกทำสินค้าถั่ว จุดเริ่มต้นมาจากความชอบของคุณเบ๊นเป็นคนชอบกินถั่ว จึงเริ่มศึกษาอย่างจริงจังที่จะทำเป็นอาชีพทำให้รู้ว่าตลาดถั่วยังโตได้อีกหากทำให้ถั่วเป็น Snack ชนิดหนึ่ง เหมือนช็อกโกแลต, มันฝรั่งเลย์

แต่ไม่ใช่อาชีพแรกที่คุณเบ๊นตั้งใจจะทำ เพราะหลังเรียนจบปริญญาตรีได้สมัครเข้าทำงานที่บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ ที่ปรึกษา จำกัด (Deloitte Touche Tohmatsu Jaiyos Advisory Co.,Ltd.) ในตำแหน่ง Assistant Auditor (ผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชี) ตรงตามสายงานที่เรียนมา

“ทำได้แค่ปีเดียวก็ลาออก เพราะเริ่มมีปัญหากับการใช้ชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการกิน เนื่องจากงานต้องเดินทางไปต่างจังหวัดอยู่บ่อยครั้ง หลักๆ จะอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม เป็นคนทานยาก บวกกับงานเยอะมาก ทำให้ทานอาหารไม่เป็นเวลาและไม่ค่อยทานเพราะอาหารไม่ถูกปาก เกิดโรคทางเดินอาหาร ทั้งโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน จึงตัดสินใจลาออก”

“Beanbag” จึงถือกำเนิดขึ้นในเวลาต่อมา ซึ่งคุณเบ๊นบอกว่าเป็นแบรนด์ที่สะท้อนตัวตนของผู้ผลิตที่ต้องการสื่อถึงแบรนด์ของกินดูสนุก สดใส มีชีวิตชีวา ทันสมัย และมีมาตรฐานคุณภาพเทียบเท่าสากล

ปัจจุบัน Beanbag มี 2 ผลิตภัณฑ์ คือ Beanbag Organic Mixed Nuts และ Beanbag Superfood Powder คุณเบ๊นขยายความว่า ก่อนจะตัดสินใจเริ่มลงมือทำธุรกิจได้ศึกษาตลาดอย่างหนัก ทำ Research (วิจัยข้อมูล) ตระเวนชิมถั่วมากกว่า 16 ประเทศทั่วโลก รู้ชนิดถั่วของแต่ละประเทศ รู้ถึงแพคเกจจิ้งของแต่ละประเทศว่าเป็นอย่างไร จึงวางแผนสร้างจุดขายที่แตกต่างจากตลาด ต้องวางตำแหน่ง Beanbag ว่าจะอยู่ตรงไหน จะอยู่ข้างใคร

“เราเป็นแบรนด์เล็กที่คิดใหญ่ คิดถึงภาพสินค้าว่าจะวางยังไงให้เตะตาลูกค้าและตรงเป้าหมาย ตอนนี้สินค้าได้วางขายที่ร้านกาแฟ Starbucks, Au Bon Pain, Dean, DEAN & DELUCA และพารากอน พอได้วางกับคู่ค้าที่ดีที่ Support (สนับสนุน) เราได้ มันก็มีช่องทาง แต่หากตั้งใจทำสินค้าแค่ไหน ถ้าวางผิดจุด มันก็ไม่ทำให้โตไปถูกทาง”

ถือเป็นโชคและจังหวะที่ดีของการวางสินค้า เป็นช่วงที่เมืองไทยกำลังบูมเรื่องการกินคลีน (Clean Food) การทำตลาดจึงไม่ยาก เพราะวางตำแหน่งสินค้าไว้ในกลุ่ม Healthy ซึ่งคุณเบ๊นตอบเต็มเสียงว่า Beanbag ถือเป็นแบรนด์แรกที่ทำสินค้าออร์แกนิคถั่วในประเทศไทย เลือกใช้มาตรฐานของสหรัฐอเมริกาเพราะเป็นมาตรฐานที่ยอมรับจากทั่วโลก “ตลาดถั่ว ตั้งแต่เด็ก รู้จักไม่กี่แบรนด์ ทั้งในไทย หรือแม้แต่ตลาดสิงคโปร์ ฮ่องกง ก็มีแบรนด์หลักๆ ไม่กี่แบรนด์ เมื่อเจาะรายละเอียด ingredient อย่างถั่วอบเป็นสินค้าสุขภาพ แต่พบว่ามีน้ำมันแฝง คือมีการทอดก่อนแล้วมาอบไล่น้ำมัน หรือสูตรที่ไม่มีน้ำมันก็พบว่ามีการใส่งสารสังเคราะห์ เช่น สารที่ทำให้คงความกรอบ สุดท้ายผู้บริโภคก็ทานของสุขภาพที่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ดี แต่ Beanbag ไม่ใส่น้ำมัน ไม่มีสารเคมีสังเคราะห์ ส่วนถั่วที่มีการปรุงรส ก็จะไม่ใส่ Seasoning (เครื่องปรุงรส) เพราะไม่แน่ใจว่า Blend (ผสม) มา มีอะไรปนหรือไม่ จึง Blend เอง เช่น ถั่วรสฮอตช็อกโกแลต ไม่ใส่ผงช็อกโกแลต แต่ใส่ผง Superfood คือผง cacao ที่ถือว่าเป็นตัวแม่ช็อกโกแลต มีประโยชน์ต่อร่างกาย เติมความหวานด้วยน้ำตาลมะพร้าว เพราะดีต่อร่างกาย ค่าจีไอ (Glycemic Index : ดัชนีน้ำตาล) ต่ำ คนเป็นเบาหวานทานได้”

ที่เลือกส่วนผสมและวัตถุดิบที่ดีในการทำสินค้าส่วนหนึ่งมาจากอิทธิพลการใช้ชีวิตวัยเด็ก ทั้งพ่อและแม่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพต้องมาก่อน ยิ่งในช่วงทำงานได้สัมผัสคนรอบข้าง ยิ่งเห็นข้อเปรียบเทียบชัดว่าคนวัยทำงานส่วนใหญ่มี Lifestyle ไม่ Healthy อย่างมาก

ถามคุณเบ๊นว่าวางสินค้าเป็น Global Brand แล้วทำไมไม่ไปทำตลาดใหญ่ๆ อย่างจีน คุณเบ๊นบอกว่าต้องการทำธุรกิจแบบมืออาชีพ การจะเข้าไปทำตลาดในแต่ละประเทศต้องศึกษารายละเอียดของประเทศนั้นๆ ราคา ต้นทุน ระบบขนส่ง พฤติกรรมผู้บริโภคเป็นอย่างไร “เราคิดว่า ควร Focus One at a Time ถ้าอยากจะ Success (ประสบความสำเร็จ) ต้องรู้จักตลาดนั้นๆ เป็นอย่างดี ถ้าเรา Focus แค่ว่าอยากรวย ก็ไม่ต้องคิดมากส่งออกไปเยอะๆ แต่สุดท้ายมันอาจเจ๊งได้ อย่างตลาดในจีนมีติดต่อมาเยอะให้นำสินค้าไปขาย แต่จีนเป็นประเทศที่มี Structure (โครงสร้าง) ซับซ้อน มีแคว้น มณฑล มี Regulation (กฎข้อบังคับ) เยอะมาก ถ้าไม่รู้จริง หรือไม่มี Partner ที่ดี ขอถอยกลับมาประเมินแบบคนที่เป็นมืออาชีพก่อนว่า Risk Challenge (ความเสี่ยงที่ท้าทาย) มันคืออะไร ต้องประเมินตัวเองก่อนว่าพร้อมหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปิดโอกาสถ้าเป็นลูกค้าเจ้าใหญ่ ยินดีรับจ้างผลิตตาม Order เป็นแบรนด์สินค้าของลูกค้าเอง ถ้า Beanbag หรือสินค้าออร์แกนิคไม่ตอบโจทย์”

ถามถึงอนาคตของ Beanbag คุณเบ๊นบอกว่า Beanbag Organic Mixed Nuts วาง Positioning (จุดยืน) เป็น Snack ณ วันนี้ยังอาจเป็นสินค้าของคนที่กินถั่ว แต่วันหนึ่งมันจะค่อยๆ เพิ่มไลน์ ไม่ใช่แค่ถั่ว ตั้งเป้าให้เป็น Snack Kingdom อาณาจักรของสินค้าสแน็ค คิดถึง Snack Healthy จะนึกถึง Beanbag ซึ่งอนาคตอาจจะมีสินค้าเพิ่ม เป็น Energy Bar (อาหารเพิ่มพลังงานหรือธัญพืชอัดแท่ง)

ส่วน Beanbag Superfood Powder จะเป็นผงผัก-ผลไม้ที่คัดสรรผัก-ผลไม้ที่ขึ้นชื่อจากทั่วโลก ให้คุณประโยชน์มากกว่าผัก-ผลไม้ทั่วไปหลายสิบเท่า เช่น ราชินีของแบรนด์ อย่าง Acai Berry (อาซาอิ เบอร์รี่) ปลูกได้ที่ป่าอเมซอน มีสารต้านอนุมูลอิสระติด Top Ten ของโลก Maqui Berry (มากิ เบอร์รี่) มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุดในโลก เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับตลาดคนรักสุขภาพ แต่ไม่มีเวลาทำอาหาร หรือกลุ่มไม่เข้าครัว “เป็นผงที่ผสมเองเพื่อปรุงรสถั่ว Beanbag แต่ยังคงคุณประโยชน์สำหรับผู้ทาน จึงนำมาแบ่งใส่ในซองขนาด 1 Shot เพื่อสะดวกต่อลูกค้าสามารถฉีกเทลงเครื่องดื่มได้เอง และกำลังคิดจะแตกไลน์เป็นแบบพร้อมดื่ม”

ถามถึงอนาคต Beanbag คุณเบ๊นบอกว่าเป็นคนคิดเร็ว มีโครงการอยู่ในหัวเยอะมาก แต่แขน-ขา ช้า ทำไม่ทัน ดังนั้นไม่เคยวางแผนล่วงหน้ายาวๆ เป็นคนคิดแล้วทำเลย จึงต้องบี้ตัวเองเพื่อให้ได้ตามแผน และจะไม่ประนีประนอมกับเป้าหมาย “เช่น ตั้งเป้าเท่านี้แต่เหลือเวลาแค่ 3 เดือน เราไม่ได้คิดว่าทำไม่ได้ ทำไม่ทัน แต่จะคิดว่าจะทำยังไง อย่าคิดว่าเป็นปัญหา เพราะถ้ายิ่ง Focus ว่าเป็นปัญหา ปัญหาก็จะยิ่งดูใหญ่มากขึ้น วิธีแก้ปัญหาซึ่งมีทุกวัน อยู่ที่มุมมอง แค่แก้ปัญหาเท่านั้น”

ถามถึงวิธีผ่อนคลาย คุณเบ๊นตอบทันควัน “คือคิดหาวิธีแก้ปัญหา มองว่าปัญหาคืออะไร แล้วก็คิดต่อว่าทางแก้คืออะไร จะไม่ Focus ว่ามันคือปัญหา เพราะมันเสียเวลา”

ถามอีกว่า งั้นคงไม่มีปัญหาที่หาทางออกไม่ได้ คำตอบที่ได้ยินผิดความคาดหมาย “มี คนนี่แหละแก้ไม่ได้ มี Factor (ปัจจัย) เยอะมาก ในอนาคตอาจจะ Invest (ลงทุน) กับ AI (ปัญญาประดิษฐ์) แทน”

อีกหนึ่งตัวอย่างของนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ ชัดเจน-ตรงไปตรงมา ไม่ประนีประนอมกับเป้าหมาย

น่าจะถึงเวลาแล้วสำหรับกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ต้องเร่งพัฒนาตัวเอง ดีกว่าโฟกัสค่าแรงงานขั้นต่ำ เพื่อหนี AI ที่กำลังจะมาแย่งงานในไม่ช้านี้

เกษมณี นันทรัตนพงศ์