หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.อ.ท.ชี้&#82...

ส.อ.ท.ชี้”บิ๊กตู่”สั่งครม.เศรษฐกิจได้

4.08.19 | 18:42 น.

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เศรษฐกิจที่เพิ่งจัดตั้งนั้น ในมุมของส.อ.ท.มองว่าเหมาะสมแล้ว และพล.อ.ประยุทธ์เองก็ให้สัมภาษณ์แล้วว่ามีความรู้เข้าใจด้านเศรษฐกิจเพราะทำงานมาตลอด 5 ปี ทั้งนี้ในมุมของส.อ.ท.มองว่าเนื่องจากรัฐบาลชุดนี้เป็นการรวมตัวของพรรคร่วมรวม 19 พรรคการเมือง จึงมีความแปลกตา ต้องยอมรับข้อนี้ ทำให้สิ่งที่หลายฝ่ายรวมทั้งเอกชนเป็นกังวล เป็นห่วงอย่างมาก คือ เอกภาพในการทำงาน โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจที่ผสมถึง 4 พรรคการเมือง คือ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทยประชาธิปัตย์ และชาติไทยพัฒนา ดังนั้นนายกรัฐมนตรี จึงเป็นบุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดที่สามารถสั่งการพรรคร่วมให้การดำเนินงานของรัฐบาลไปในทิศทางเดียวกัน

“หากหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเป็น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งดังกล่าวเท่ากับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ที่ควบทั้งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเท่ากับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ควบทั้งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข การทำงานอาจเกิดปัญหา สั่งการยาก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะรัฐมนตรีเศรษฐกิจของแต่ละพรรคก็ต้องรายงานพรรคตัวเองเป็นหลัก อาจเกิดปัญหาเรื่องกระบวนการติดตามให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงเหมาะสมที่สุดที่นั่งเป็นหัวหน้าทีม เป็นประธานการประชุมครม.เศรษฐกิจ ที่จำเป็นต้องเร่งประชุมเพื่อผลักดันนโยบายด้านเศรษฐกิจต่างๆ”นายเกรียงไกรกล่าว

นายเกรียงไกรกล่าวว่า ทั้งนี้สิ่งที่ทีมเศรษฐกิจควรเร่งดำเนินการแบ่งเป็น 3 ด้านหลัก คือ ปัญหาด้านกำลังซื้อในประเทศที่ซบเซาโดยเฉพาะในกลุ่มประชาชนฐานรากในต่างจังหวัด ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ อาจทำให้รูปของการดูแลราคาสินค้าเกษตร แต่รัฐบาลเองต้องทำให้นโยบายเกิดเร็วควบคู่กับการคุมค่าใช้จ่ายรัฐที่เหมาะสม ต่อมาคือการแก้ปัญหาภัยแล้ง ทั้งระยะสั้น กลางและยาว โดยระยะสั้นต้องมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ขาดน้ำแม้จะเดินหน้าปลูกพืชไปแล้ว ไม่เช่นนั้นจะยิ่งซ้ำเติมปัญหารายได้กำลังซื้อของประชาชน ส่วนระยะกลางและยาว รัฐบาลต้องวางแผนแก้ปัญหา เพราะเป็นเรื่องทราบดีอยู่แล้วว่าแต่ละปีจะเกิดปัญหาภัยแล้งปัญหาน้ำท่วม เรื่องนี้ต้องได้รับการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

นายเกรียงไกรกล่าวว่า นอกจากนี้ปัญหาด้านความเชื่อมั่นก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการ เพราะกระทบต่อการลงทุนทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะการผลักดันให้โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)ประสบความสำเร็จโดยเร็ว ในด้านความเชื่อมั่นยังรวมถึงการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชนจากเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นหลายจุดในช่วง 2 วันที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาเรื่อความปรองดองของคนในชาติ