หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.หนุนโลจิสต...

พณ.หนุนโลจิสติกส์ ปรับตัวรับอี-คอมเมิร์ซบูม ดึง25ชาติจัดแฟร์ หวังโกย1.6พันล.

5.08.19 | 16:23 น.

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า กรมร่วมกับภาคเอกชน และบริษัทรี้ด เทรดเด็กซ์ จัดงานแสดงเทคโนโลยี นวัตกรรม โซลูชั่นและบริการด้านโลจิสติกส์(TILOG–LOGISTIX 2019 )วันที่ 28–30 สิงหาคม 2562  ณ ไบเทค บางนา เพื่อเป็นเวทีส่งเสริมการพัฒนาและขับเคลื่อนธุรกิจ ด้วยโลจิสติกส์ไทย พร้อมกิจกรรมเพิ่มองค์ความรู้ และสัมมนาระดับนานาชาติ โดยนำผู้แสดงสินค้ากว่า 415  แบรนด์ จาก 25 ประเทศ คาดผู้เข้าชมงานกว่า 11,000 ราย เป้ามูลค่าเจรจาธุรกิจจากการจัดงานกว่า 1,600 ล้านบาท 

​​ ทั้งนี้ ธุรกิจโลจิสติกส์มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศ และเป็นรากฐานที่สำคัญของการสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้าและบริการของไทย โดยเฉพาะยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ซึ่งเห็นจากการเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจการค้าออนไลน์ของไทย โดยปี 2561 มีมูลค่าสูงถึง 3.2 ล้านล้านบาท ขยายตัว 14% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน ส่งผลให้ความต้องการบริการโลจิสติกส์ของไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจคลังสินค้า ไปรษณียภัณฑ์ และรับส่งสินค้า

นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าวว่า ปี 2561 มีมูลค่ากว่า 30,800 ล้านบาท ขยายตัวจากปี 2560 ถึง 11.3% ประกอบกับแนวโน้มโลจิสติกส์ที่จะเปลี่ยนไปเป็น e – Logistics แบบครบวงจรมากขึ้น ดังนั้นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยควรตื่นตัวเพื่อเปิดรับโอกาสของ e – Commerce โดยนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการบริหารจัดการโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริการและการดำเนินธุรกิจให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด 

​​นายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหารสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ว่า แม้ว่าจะมีปัจจัยหลากหลายที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการค้าระหว่างประเทศของไทยในปัจจุบัน ทั้งสงครามการค้า พฤติกรรมผู้บริโภคสู่ Digital Economy หรือแม้แต่สถานการณ์ค่าเงินบาทของไทยและต้นทุนการเงิน หากผู้ประกอบการมีการเตรียมความพร้อมที่จะปรับตัวโดยเน้นการพัฒนา Business model ร่วมกับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมการพัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับ Global Value Chain การพัฒนาด้าน IT และ e – Commerce รวมถึงการพัฒนาด้านแรงงาน ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่คู่ค้าและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

นายสุวิทย์ รัตนจินดา ประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย กล่าวถึงทิศทางที่โลจิสติกส์ไทยจะแข่งขันได้ในอนาคตว่า ธุรกิจที่จะสามารถอยู่รอดได้ภายใต้การค้าระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน ผู้ประกอบการจะต้องมีความพร้อมทางด้านการลงทุน บุคลากรที่มีคุณภาพและมีเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ ไปพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการ เช่น การปรับตัวของภาคการขนส่งกระจายสินค้าให้เข้ากับธุรกิจ e – Commerce การนำเทคโนโลยี Block Chain มาช่วยลดขั้นตอนการทำธุรกิจและสามารถยืนยันความถูกต้องของเอกสารได้ในเวลาเดียวกัน เป็นต้น การพัฒนาทั้ง 2 ส่วนควบคู่กันจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยสนับสนุนการให้บริการที่มีคุณภาพให้กับผู้ส่งออกและผู้นำเข้า รวมทั้งการเพิ่มขีดความสามารถด้านบริการโลจิสติกส์ ซึ่งส่งผลสำคัญพัฒนาขีดความสามารถทางการค้าระหว่างประเทศของไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

นายสุทธิศักดิ์ วิลานันท์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด กล่าวว่า TILOG – LOGISTIX 2019” ว่าเป็นความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับงานให้เป็นเวทีสำหรับคนในวงการโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจากทั่วภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี