หน้าแรก เศรษฐกิจ สทนช. ชี้ พาย...

สทนช. ชี้ พายุ “วิภา” ช่วยผ่อนวิกฤติแล้ง แต่น้ำยังน้อยกว่าคาด

5.08.19 | 16:43 น.

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า จากข้อมูลผลการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ของอิทธิพลของพายุดีเปรสชันวิภา ของศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจ พบว่าปัจจุบันหย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงได้ปกคลุมด้านตะวันตกของภาคเหนือ ส่งผลให้ภาคเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง อาทิ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ กาญจนบุรี ตราด และพังงา เป็นต้น ซึ่งจากการคาดการณ์ในช่วงระหว่างวันที่ 6-9 สิงหาคม 2562 ไทยจะมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้

ทั้งนี้ อิทธิพลของพายุฯจะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำที่ไหลเข้าแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 38 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่ 31กรกฎาคม -7 สิงหาคม 2562 ได้ประมาณ 1,250 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แต่ยังน้อยกว่าที่คาดการณ์ แบ่งเป็น ภาคเหนือ 355 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 140 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออก 20 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันตก 665 ล้าน ลบ.ม. ภาคใต้ 70 ล้าน ลบ.ม. และภาคกลาง ไม่มีน้ำไหลเข้าเขื่อนฯ โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีน้ำน้อยในพื้นที่ภาคเหนือ อาทิ เขื่อนสิริกิติ์ 282 ล้าน ลบ.ม. น้ำใช้การ 7% ปริมาณน้ำในอ่างฯ 3,309 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนภูมิพล 28 ล้าน ลบ.ม. น้ำใช้การ 5% ปริมาณน้ำในอ่างฯ 4,304 ล้าน ลบ.ม. และพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ เขื่อนสิรินธร 106 ล้าน ลบ.ม. น้ำใช้การ 16% ปริมาณน้ำในอ่างฯ 1,018 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนห้วยหลวง 1 ล้าน ลบ.ม. น้ำใช้การ 17% ปริมาณน้ำในอ่างฯ 28 ล้าน ลบ.ม.

นายสมเกียรติ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมของปริมาณน้ำในแหล่งน้ำทั่วประเทศมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 38,202 ล้าน ลบ.ม. หรือ 47% ศักยภาพน้ำบาดาล 1,228 ล้าน ลบ.ม.ต่อเดือน นอกจากนี้ ปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมในหลายพื้นที่ ซึ่งทำให้น้ำท่าในลำน้ำสายหลักมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังคงต่ำกว่าตลิ่ง แม้จะไม่ส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งหรือน้ำท่วมฉับพลัน แต่ชั้นดินที่อุ้มน้ำไว้จนอิ่มตัว อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มได้ในบางพื้นที่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตรียมพร้อมและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลากและดินโคลนถล่มใน 6 จังหวัด 193 หมู่บ้าน ได้แก่ จ.เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำปาง และ จ.ตาก

“แม้อิทธิพลของพายุวิภาในระยะนี้จะส่งผลดีในการช่วยเติมน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำหลายแห่งและบรรเทาภัยแล้งได้ แต่ผลกระทบของฝนทิ้งช่วงยังคงมีต่อเนื่อง สทนช. ได้เร่งตรวจสอบผลกระทบจากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงที่ส่งผลให้เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 453 ล้าน ลบ.ม. หรือ 5% โดยได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการแจ้งกรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้ปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน เพื่อเก็บกักน้ำให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ระบบนิเวศ และอุตสาหกรรม” นายสมเกียรติกล่าว