‘สมคิด’ กระทุ้งรัฐวิสาหกิจเร่งลงทุนพยุงเศรษฐกิจ-ดันเบิกจ่ายไตรมาสสุดท้ายปีนี้ 1.3 แสนล้านบ.(ชมคลิป)

7.08.19 | 14:20 น.

ที่กระทรวงการคลัง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจว่า ตั้งแต่เข้าสู่เลือกตั้งการขับเคลื่อนต่างๆ ลำบาก โดยขณะนี้กำลังเผชิญปัญหาในเรื่องสงครามการค้า การขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐรุนแรงขึ้นทุกวัน ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกของไทยอยู่ในภาวะที่ไม่ดี การส่งออกของทุกประเทศในโลกรับผลกระทบไปด้วย ความเชื่อมั่นของประชาชนในโลกวิตกกังวล ดังนั้นเครื่องมือที่สำคัญที่จะสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจคือ การใช้จ่ายของรัฐบาลและการขับเคลื่อนของรัฐวิสาหกิจ ซึ่ง 3-4 ปีที่รัฐวิสาหกิจช่วยผลักดันประเทศเดิน

นายสมคิดกล่าวว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้มอบหมายให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เร่งรัดและขับเคลื่อนการใช้จ่ายของภาครัฐ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยในกลุ่มพลังงาน ไฟฟ้า ยังไปได้ดี แต่มีบางกลุ่มไปได้ช้า เพราะมีอุปสรรคภายในจากโครงการ ทำให้การลงทุนส่วนนี้ชะลอตัว ดังนั้นขอให้รัฐวิสาหกิจ เร่งรัดการใช้จ่าย และในช่วงเวลาที่เหลือจนถึงธันวาคม ต้องการให้ผลักดันการลงทุนเต็มที่ หากติดปัญหาอะไร ยินดีเคลียร์ปัญหาให้ และถ้าต้องการเสนอโครงการใหม่ๆ พร้อมสนับสนุน โดยหากมีอุปสรรคได้ กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคมเร่งติดตาม พร้อมช่วยแก้ไขปัญหาให้

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะเร่งรัดการเบิกจ่ายการลงทุน ช่วงที่เหลือของปีให้เป็นไปตามแผน โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินจากการลงทุนของรัฐวิสาหกิจจะเร่งเบิกจ่ายจนถึงสิ้นปี 1.3 แสนล้านบาท โดย สคร.ประสานกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในเรื่องการเบิกจ่ายใกล้ชิด ถ้าขั้นติดขัดปัญหาในขั้นตอนใดขอให้รัฐวิสาหกิจรีบแจ้งโดยเร็ว สคร.จะรวบรวมและประสานปลอดล็อคให้

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า นายสมคิดเร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ  45 แห่ง ซึ่งมีงบลงทุนรวม 5.3 แสนล้านบาทพบว่าเบิกจ่ายไม่ได้ตามแผน 3.9 หมื่นล้านบท โดยในส่วนของรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม ประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ยังเบิกจ่ายต่ำเป้าหมาย จะรีบไปดำเนินการให้ได้ตามแผน และถ้างบประมาณมีเหลือให้รีบนำมาลงทุนโดยเร็ว นายสมคิดเน้นในที่ประชุมว่าหากรัฐวิสาหกิจใดเก็บเงินไม่ยอมลงทุน กระทรวงการคลังดึงเงินกลับเข้าเงินแผ่นดิน คงทำให้รัฐวิสาหกิจหลายแห่งต้องรีบดำเนินการ

Advertisement

“พบว่าหลายโครงการของรัฐวิสาหกิจ มีปัญหาอุปสรรคจากการประชุมร่วมกันครั้งนี้ปัญหาในการประสานงานคงหมดไปแล้ว ซึ่งในการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจดูผลเป็นรายเดือน โดยในส่วนกระทรวงคมนมคม จะมีการติดตามการเบิกจ่ายทุกสัปดาห์ และแม้จะมีคณะกรรมการดูแล แต่ผมจะไปกำกับด้วยตัวเอง เพื่อให้งานเดินหน้าไปตามแผนที่วางไว้” นายศักดิ์สยามกล่าว

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ 19 แห่ง รวมถึงผู้บริหารบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจ 5 แห่ง ที่มีวงเงินลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อรับนโยบายในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และจัดทำการลงทุนใหม่ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2562 ให้เติบโตได้ตามเป้าหมายพบว่า ภาพรวมการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจ ปี 2562 มีผลการเบิกจ่ายในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม25 61-มิถุนายน 62) จำนวน 129,815 ล้านบาท หรือคิดเป็น 87% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม โดยเป็นผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณจำนวน 71,525 ล้านบาท และรัฐวิสาหกิจปีปฏิทินจำนวน 58,290 ล้านบาท

นายประภาศกล่าวว่า รัฐวิสาหกิจที่ ที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่และสามารถเบิกจ่ายได้เกินกว่าแผนหลายโครงการเฉพาะการลงทุนพัฒนารถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม – มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต และช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภค เช่น งานก่อสร้างปรับปรุงขยายของการประปาส่วนภูมิภาค โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง

นายประภาศกล่าวว่า สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามแผน เช่น โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 1 (ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) และโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม – ชุมพรของการรถไฟแห่งประเทศไทย โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก ซึ่งถึงแม้ว่าปัจจุบันโครงการเหล่านี้จะสามารถแก้ไขปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง การก่อสร้าง และเริ่มมีการตรวจรับงานและทยอยเบิกจ่ายได้แล้ว แต่เนื่องจากปัญหาความล่าช้าในช่วงแรกส่งผลให้การดำเนินโครงการและการเบิกจ่ายของโครงการในภาพรวมยังล่าช้ากว่าแผน

นายประภาศกล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรีฯ มอบนโยบายให้รัฐวิสาหกิจและบริษัทในเครือผลักดันให้เกิดการเบิกจ่ายเม็ดเงินลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน 2 เดือนที่เหลือของปีงบประมาณ เช่น ให้เร่งรัดตรวจรับงวดงานให้เร็วขึ้น และเร่งรัดงวดงานที่ทำได้ทันทีให้ดำเนินการเร็วขึ้น รวมทั้งให้รัฐวิสาหกิจเร่งจัดทำโครงการลงทุนเพิ่ม โดยสำหรับรัฐวิสาหกิจปีปฏิทินให้พิจารณาเสนอโครงการลงทุนที่มีความพร้อมและมาดำเนินการในปี 2562 และสำหรับรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณพิจารณาปรับเพิ่มกรอบงบลงทุนปี 2563 โดยให้เน้นการลงทุนในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2562 ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ สคร. จัดทำระบบการติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจให้เข้มข้นมากขึ้น และให้มีการประสานงานระหว่างกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาให้ใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งหากติดขัดให้รายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทันที