หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘เฟทโก้’เผยมี...

‘เฟทโก้’เผยมีลุ้น’อุตตม’ตั้งเอสอีเอฟแทนแอลทีเอฟ ดูแลคนออมเงินกว่า 2 ล้านคน(ชมคลิป)

7.08.19 | 15:38 น.

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า นายอุตตมเห็นชอบในหลักการกับข้อเสนอจัดตั้งกองทุนหุ้นยั่งยืน หรือมีชื่อย่อว่า เอสอีเอฟ(SEF: Sustainable Equity Fund) เพื่อมาทดแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(แอลทีเอฟ) หมดมาตรการลดหย่อนภาษีในช่วงปลายปี 2562 นี้ อย่างไรก็ตามนายอุตตมขอหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ก่อน ดังนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายอุตตม หากตัดสินใจปี 2563 ยังทัน เพราะปกติการซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีนิยมซื้อปลายปี โดยหากไม่สามารถประกาศทันต้นปี 2563 สามารถกำหนดกฎหมายมีผลย้อนหลังวันที่ 1 มกราคมได้

นายไพบูลย์ กล่าวว่า เฟทโก้เสนอใช้เอสอีเอฟ แทนแอลทีเอฟ แต่มีการปรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีกำหนดเพดานนำเงินลงทุนไปลดหย่อนเหลือเพียง 2.5 แสนบาทต่อปี และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนต่อรายได้ 30% ของรายได้ จากเดิมแอลทีเอฟมีเพดาน 5 แสนบาทต่อปี สัดส่วนลงทุน 15% ของรายได้ ยังกำหนดการถือครองไว้ 7 ปีปฏิทินเหมือนเดิม

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า กองทุนใหม่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากคนรายได้สูงจะได้สิทธิประโยชน์ภาษีลดลงไปครึ่งหนึ่งเพราะกำหนดเพดานไว้ 2.5 แสนบาท แต่คนชั้นกลางและคนระดับล่างสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากสัดส่วนการลงทุน 30% คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้คนกลุ่มนี้ลงทุนเพิ่มขึ้น

สำหรับการลงทุนของกองทุนใหม่ในหุ้นนั้นจะไม่อิสระเหมือนกองทุนแอลทีเอฟ โดยจะถูกกำหนดว่าต้องลงทุนในหุ้นที่มีความยั่งยืน มีธรรมาภิบาล และลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โดยกองทุนใหม่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นยั่งยืนและกองทุนรวมโครสร้างพื้นฐานประมาณ 65% เพื่อตอบโจทย์สร้างความยั่งยืนให้ตลาดทุน

“คาดว่าเงินลงทุนกองทุนใหม่จะลดลงจากเดิมลงทุนแอลทีเอฟ โดยปัจจุบันแอลทีเอฟยอดลงทุนรวม 3 แสนล้านบาท มีจำนวนลงทุนประมาณ 2 ล้านคน ถือว่าไม่มากเมื่อเทียบประชาชนทั้งประเทศ แต่การลงทุนดังกล่าวเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนออมเงินไว้ใช้เกษียณ”นายไพบูลย์กล่าว

Advertisement

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐบาลเดินหน้าต่อในเรื่องการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติหรือกบช. ขณะนี้กฎหมายยังไม่ผ่านการพิจารณาของสภาฯ เพราะกบช.ช่วยสนับสนุนให้คนไทยมีเงินใช้หลังเกษียณ