นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนกรกฎาคม 2562 ว่า จากการสำรวจตัวอย่างประชาชนจากทั่วประเทศ จำนวน 2,241 คนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือน นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 จากระดับ 76.4 ในเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ระดับ 75 ด้านดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบัน ลดลงจากระดับ 51.3 ในเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ระดับ 50.3 และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคต ลดลงจากระดับ 87.4 ในเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ระดับ 85.8
ทั้งนี้ สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 62.2 จาก 63.4 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำ อยู่ที่ระดับ 70.9 จาก 72.2 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ระดับ 91.9 จาก 93.5
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ในส่วนของปัจจัยลบที่สำคัญ ได้แก่ ปัญหาสงครามการค้าโลก, ภัยแล้ง, ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับลดลง, การส่งออกในเดือนมิถุนายน 2562 ติดลบ 2.15% และผู้บริโภคกังวลเศรษฐกิจในประเทศยังฟื้นตัวช้าและกระจุกตัว ขณะที่ปัจจัยบวก ได้แก่ การเมืองในประเทศชัดเจนขึ้นหลังมีการตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่, ราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลง และค่าเงินบาทแข็ง
“จากการสำรวจดังกล่าวเป็นการสำรวจก่อนที่จะเกิดภัยแล้ง, เหตุการณ์วางระเบิด, ปัญหาทางการเมือง และเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐที่มีความยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้มีโอกาสที่ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้ จะเติบโตเพียง 2.9-3.2% จากเดิมที่คาดไว้ในกรอบ 3.2-3.5% มีความเป็นไปได้มากขึ้น และคาดว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 4/2562 ยังไม่มีแนวโน้มฟื้นตัวช้า” นายธนวรรธน์กล่าว
ด้าน นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนช่วงเทศกาลวันแม่ปี 2562 คาดจะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 13,870.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขเงินสะพัดสูงสุดในประวัติการณ์ แต่พบว่าการขยายตัวในปีนี้ เพิ่มขึ้นเพียง 0.9 % จากปีก่อนหน้าเท่านั้น ซึ่งนับเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 10 ปี เนื่องจากประชาชนยังมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ไม่กล้าออกมาจับจ่ายมากนัก แม้จะเป็นช่วงวันพิเศษก็ตาม
ทั้งนี้ ยังส่งผลมาจากเสถียรภาพทางการเมือง และเหตุวางระเบิดทำให้ประชาชนไม่กล้าออกมาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว โดยพบว่ามีการวางแผนพาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัดลดลง ส่วนใหญ่จะพาแม่ไปทำบุญ ,ทานข้าว และทำกิจกรรมร่วมกัน

