“ลาซาด้า”ผนึกภาครัฐ ยกระดับสินค้าท้องถิ่น-เอสเอ็มอี ยึดโมเดลชุมชนเถาเป่าของจีนเป็นต้น ทั้งเปิดแพลตฟอร์มช่วยขาย จัดเวิร์คช้อปพัฒนาสินค้าตรงใจตลาด

8.08.19 | 15:42 น.

กรุงเทพฯ 8 สิงหาคม 2562 มร.แจ็ค จาง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ลาซาด้า เล็งเห็นความสำคัญของ SME เป็นภาคธุรกิจที่มีความสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวม จึงต้องการส่งมอบความรู้และส่งต่อเครื่องมือสำคัญ อย่าง “ซูเปอร์ โซลูชั่นส์” เพื่อให้ผู้ประกอบการเติบโตได้อย่างยั่งยืน ถือเป็นพันธกิจหลักหนึ่งของลาซาด้าคือการนำเสนอโอกาสที่เท่าเทียม เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทยที่มีจำนวนกว่า 5,253,295 ราย เพราะเชื่อว่าไม่มีแบรนด์ใดใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไปสำหรับการประสบความสำเร็จในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

มร.จาง กล่าวว่า ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ลาซาด้านมุ่งเน้นกลยุทธ์หลัก 3 ด้านเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์ม ได้แก่ 1.ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs เติบโต มีโอกาสนำเสนอสินค้าที่หลากหลายประเภทมากขึ้น สนับสนุนด้านการบริหารงานและการตลาด สร้างคอมมูนิตี้ของกลุ่มผู้ขายเพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์และกระตุ้นให้มีการเข้าร่วมในระยะยาว อาทิ สมาร์ท วิลเลจ ออนไลน์, ลาซาด้า ยูนิเวอร์ซิตี้ (Lazada University) คอร์สเรียนออนไลน์เพื่อเพิ่มทักษะและขีดความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการออนไลน์ เปิดโอกาสให้เรียนรู้ขั้นตอน เทคนิค และการใช้เครื่องมือเพื่อเป็นผู้ค้าออนไลน์ที่มีคุณภาพ และกิจกรรมโรดโชว์ที่ครอบคลุมหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เป็นต้น

2.ขยายโซลูชั่นส์ด้านการตลาด และกิจกรรมในรูปแบบ O2O หรือ Online to Offline เพื่อกระตุ้นการเข้าร่วม และเพิ่มโอกาสการขายของผู้ขาย และ3.พัฒนาเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถของระบบโลจิสต์ติก และนำเสนอทางเลือกใหม่ๆ ของการชำระเงิน หรือสร้างสังคมไร้เงินสดให้มากขึ้น (cashless society) เพื่อสนับสนุนผู้ค้าจากทั่วโลก

“ลาซาด้าได้เตรียมแคมเปญเพื่อกระตุ้นการสร้างยอดขายให้ผู้ประกอบการในช่วงครึ่งหลัง อาทิ 9.9, 11.11 และ 12.12 ยังมีแคมเปญ Payday ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ สิ้นเดือน และแคมเปญที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายอย่าง Women’s Festival ในเดือนตุลาคม แคมเปญ Momday Monday และ Trendy Tuesday เป็นต้น” มร.จางกล่าวและว่า การจัดแคมเปญดังกล่าวทำให้รู้ว่ามีผู้เข้าใช้บริการผ่านแอพพลิเคชันสูงกว่าช่วงปกติ เกิดการช้อปปิ้งในสินค้าหลากหลายประเภท และยังสร้างการสื่อสารระหว่างผู้ขายและลูกค้าได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าให้เกิดการติดตามร้านค้ามากขึ้นด้วย

Advertisement

มร.จาง กล่าวว่า นอกจากการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs รายย่อยแล้ว อีกหนึ่งโครงการสำคัญที่ลาซาด้าเน้นย้ำคือการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้ให้ ชุมชนทั่วประเทศโดยใช้ธุรกิจออนไลน์เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนในท้องถิ่น ได้ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ยกระดับผู้ประกอบการรากหญ้า และผลักดันสินค้าชุมชนเข้าสู่การค้าออนไลน์ ผ่านโครงการสมาร์ท วิลเลจ ออนไลน์ (Smart Village Online) โดยนำโมเดลจากชุมชนเถาเป่าจากประเทศจีนมาเป็นต้นแบบ ได้คัดเลือก 5 ชุมชนที่มีความพร้อม ได้แก่ ชุมชนนาข่า จังหวัดอุดรธานี, ชุมชนด่านเกวียน จังหวัดนครราชสีมา, ชุมชนแม่พระประจักษ์ จังหวัดสุพรรณบุรี, ชุมชนควนขนุน จังหวัดพัทลุง และชุมชนใบชา จังหวัดเชียงราย เป็นชุมชนที่มีสินค้าแสดงถึงอัตลักษณ์ของท้องถิ่น เป็นชุมชนเข้มแข็ง มีทักษะของการเป็นผู้ประกอบการ

มร.จาง กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจของลาซาด้าในระดับภูมิภาคว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนผู้ใช้บริการ (Buyers) เพิ่มขึ้นถึง 105% ส่วนกลุ่มผู้ขาย (Sellers) พบว่ามีการเติบโตขึ้นกว่า 90%

ด้าน นายสุพัชเชษฐ์ เภาวะนิต รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารและพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการ บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า โครงการสมาร์ท วิลเลจ ออนไลน์ ได้เริ่มดำเนินการกับชุมชนนาข่าเป็นแห่งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยลาซาด้าได้ลงพื้นที่สำรวจ สื่อสารกับชุมชนเป้าหมาย จัดกิจกรรมเวิร์คช้อป มีการทำโปรโมชั่นผ่านแอพพลิเคชัน จัดงานแสดงสินค้าชุมชนที่ผ่านการพัฒนาด้านดิจิทัลแล้วอย่าง “ผ้านาข่าชุมชนอัจฉริยะออนไลน์” และจากนี้จะเป็นการลงพื้นที่จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปกับชุมชนที่เหลืออย่างต่อเนื่องในปีนี้