หน้าแรก เศรษฐกิจ อดีตพนักงานช่...

อดีตพนักงานช่อง 3 โวย ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม วอน ‘กสทช.’ หามาตรการช่วยเหลือ

9.08.19 | 03:49 น.

กลุ่มอดีตพนักงานช่อง 3 ผู้ร่วมผลิตรายการ และพนักงานลูกจ้างของผู้ร่วมผลิตรายการ ได้เข้าชี้แจงในการประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล (คณะอนุกรรมการเยียวยา) เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม ในกรณีที่ถูกเลิกจ้าง

นายวรชิต ตรีพืช อดีตโปรดิวเซอร์ข่าวการเมือง หนึ่งในพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง เปิดเผยว่า กลุ่มพนักงานถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมในหลายกรณี อาทิ พนักงานในสังกัด ของบริษัท บางกอกเอนเตอร์เม้นท์ ถูกเหมารวมในการเลิกจ้าง, กรณีไม่บอกกล่าวล่วงหน้า โดยให้พ้นสภาพโดยทันที ก่อนช่องจะปิด, มีการเพิ่มเงินให้ผู้ประกาศข่าว ที่โดนเลิกจ้าง โดยไม่มีความเท่าเทียม กันในแต่ละคน, การไร้หลักมนุษยธรรม ในการเลิกจ้าง มีการเอาสามี ภรรยา ที่ลูกยังเล็กออกพร้อมกัน เป็นต้น

“ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือถึง นางสาวอัมพร มาลีนนท์ และนางสาวรัตนา มาลีนนท์ เพื่อสอบถามถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาเลิกจ้างพนักงานอย่างไร เพราะองค์กรระดับมหาชน ซึ่งอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) การที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง จำเป็นต้องมีระเบียบแบบแผนรองรับ แต่ที่ผ่านมาพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง ไม่ทราบถึงสาเหตุเลยว่า ถูกเลิกจ้างเพราะอะไร อีกทั้ง ทางบริษัทยังไร้มาตรการเยียวยา เพียงให้เงินก้อนหนึ่งเพื่อนำไปเริ่มต้นชีวิตใหม่” นายวรชิต กล่าว

นายวรชิต กล่าวว่า การที่บริษัทตัดสินใจเลิกจ้างพนักงานจำนวนหนึ่ง โดยไม่มีการหารือร่วมกับพนักงาน เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา และรับฟังถึงความเดือดร้อนของพนักงานที่จะต้องตกงานในภาวะวิกฤตของทีวีดิจิทัล แต่กลับมีการหารือและตัดสินใจเป็นการภายในเฉพาะคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ รวมถึงผู้บริหารที่เป็นผู้ถือหุ้นเพียงเท่านั้น ขณะที่ บริษัทระบุเหตุผลของการเลิกจ้างพนักงานคือ เพื่อเป็นการลดต้นทุนของบริษัท แต่ในความเป็นจริงบริษัทยังรับพนักงานใหม่เข้ามาทดแทนอย่างต่อเนื่อง และมีอัตราเงินเดือนสูง

Advertisement

“ขณะนี้ มีนักการเมืองจำนวนมาก พยายามติดต่อขอข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในทางมิชอบ แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลไป เพราะการเรียกร้องดังกล่าวเป็นการเรียกร้องเพื่อขอความเป็นธรรมเท่านั้น และที่เดินทางเข้าชี้แจงครั้งนี้ เพราะหวังว่า กสทช. จะมอบความเป็นธรรมให้ เนื่องจาก กสทช. เอง เป็นผู้ยื่นดาบให้กับผู้ประกอบการ และเป็นผู้มอบเงินเยียวยาให้กับผู้ประกอบการ ดังนั้น กสทช. จึงควรรับรู้ผลกระทบที่เกิดขึ้น ส่วนที่จะช่วยเหลือได้มากน้อยอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจว่า จะเห็นใจผู้ใช้แรงงานอย่างไร” นายวรชิต กล่าว

นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารสายกิจการองค์กรบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา บริษัทมีการแบกรับผลขาดทุนมาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 2 จึงจำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้าง และขอคืนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัล ช่อง 13 (ช่อง 3แฟมิลี่) และช่อง 28 (ช่อง 3เอสดี) ซึ่งในส่วนของการปรับโครงสร้างเป็นการปรับในส่วนของลักษณะงานทั่วไป ซึ่งฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างมากที่สุดคือ ฝ่ายข่าวเนื่องจากมีการทำงานที่ซับซ้อนกัน จากจำนวนพนักงาน กว่า 410 ราย เหลือ 250 คน

นายชาคริต กล่าวว่า หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลิกจ้างพนักงาน ได้แก่ 1.โครงสร้างของหัวข่าว 2.ฝ่ายงานที่มีการทำงานซับซ้อนกัน โดยจะเลือกพนักงานที่มีความสามารถ เช่น ทีมข่าวกีฬาจากทั้งหมด 15 ราย เหลือ 8 ราย เป็นต้น 3.มีศักภาพ และมีความพร้อมในการทำงาน และ 4.มีทัศนคติที่ดีทำงานแข็งขัน ก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

“ก่อนเลิกจ้าง ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะมีการแจ้งให้กับพนักงานทั้งหมดที่ต้องได้รับผลกระทบได้รับทราบ โดยเปิดชี้แจงตั้งแต่วันที่ 9-12 กรกฎาคม 2562 โดยแบ่งเป็นกลุ่มย่อยเพื่อเปิดให้มีซักถาม และแจ้งว่าใครต้องถูกเลิกจ้างบ้าง จากนั้น มีการจ่ายเงินเยียวยาให้กับพนักงานมากกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนด โดยพนักงานที่ถูกเลิกจ้างสามารถทำงานได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 หรือหากต้องการหยุดงานทันทีก็สามารถทำได้ โดยบริษัทไม่หักวันลาพักร้อน ยืนยันว่า ไม่มีการจิ้มพนักงานออก ไม่มีธงว่าจะต้องเลิกจ้างพนักงานคนไหน อาจจะยืนยันยาก แต่มีคณะกรรมการที่ค่อยกำกับดูแลเรื่องนี้อย่างชัดเจน” นายชาคริต กล่าว

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า เข้าใจ และเห็นใจพนักงานที่ได้รับผลกระทบ แต่ขณะเดียวกันก็มีหลายช่องที่เลิกจ้างพนักงาน เช่น ช่องวัน และช่องไทยรัฐทีวี เป็นต้น แม้ไม่ได้คืนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลก็ตาม

“ที่ผ่านมา พนักงานที่ได้รับผลกระทบถูกเลิกจ้าง เนื่องจากผู้ประกอบการขอคืนใบอนุญาต ขอเข้าหารือกับ กสทช. ด้วย อาทิ สปริงนิวส์ นาว26 และวอยซ์ทีวี แต่ได้กำชับให้ผู้ประกอบการทำความเข้าใจกับพนักงานมากขึ้น จนกระทั่งปัจจุบันไม่มีพนักงานเข้ามาเรียกร้องความเป็นธรรมหรือหารือกรณีอื่นๆ แล้ว ตอนนี้จะมีก็แต่ช่อง 3 ฉะนั้น จึงขอให้มีการทำความเข้าใจร่วมกับพนักงานที่ได้รับผลกระทบอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน โดยคำนึงถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนประกอบด้วย และจะมีการติดตามความคืบหน้าอีกครั้ง” นายฐากร กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะอนุกรรมการเยียวยา ประกอบด้วย ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ, ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด, ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ผู้แทนสำนักงบประมาณ, ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ เป็นเลขานุการ พร้อมผู้ช่วยเลขานุการ ประกอบด้วยนายสมบัติ ลีลาพตะ นายกีรติ อาภาพันธุ์ นางปริตา วงศ์ชุตินาท นางสาวมณีรัตน์ กำจรกิจการ

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน