ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมร่วมหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าต่างประเทศ สมาคมการค้า และมหาวิทยาลัยหอการค้า ว่า ได้ข้อสรุปใน 4 ประเด็น คือ 1.มีความเห็นร่วมกันว่าจะตั้งวอร์รูมร่วมระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน ที่มีผู้แทนของสภาหอการค้าไทยด้วย เพื่อติดตามสถานการณ์หาทางออกร่วมกันเพื่อเดินหน้าการค้าของประเทศไทยสู่ตลาดโลก และมีความเห็นร่วมกันที่จะเร่งรัดการส่งออก โดยจะมีคณะทำงานเจาะลึกการส่งออกทั้งรายสินค้า-บริการและรายตลาด โดยกระทรวงพาณิชย์เป็นทัพหนุนและเอกชนเป็นทัพหน้า
นายจุรินทร์ กล่าวว่า 2. เห็นตรงกันว่าจะมีการเร่งรัดการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการผลักดันกรอบการค้าภายใต้อาร์เซ็ป(อาเซียน+6) ให้จบภายในปีนี้ และเร่งพื้นการเจรจาเอฟทีเอระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป(อียู) 3. เห็นตรงกันเรื่องเกี่ยวกับการค้าชายแดนมีความสำคัญอย่างยิ่งเป็นตลาดใหญ่อัตราการขยายตัวที่ดี ซึ่งหอการค้าต้องการอยากเห็นคือเร่งรัดการเปิดด่านเพื่อการค้าขายชายแดนให้เป็นรูปธรรม และ 4 จัดตั้งคณะทำงานร่วมกันขึ้นมาเพื่อหาทางออก เรื่องกฎหมายระเบียบต่างๆที่เป็นอุปสรรคทางด้านการค้าหรือไม่มีความทันสมัยโดยดำเนินการแก้ไขใช้ช่องทางรัฐสภาต่อไป นอกจากนี้ทางสภาหอการค้าฯยังได้เสนอตัวเข้ามามีส่วนร่วมในช่องทางการจัดจำหน่ายผลไม้ ที่กระทรวงพาณิชย์เพิ่งผ่านการทำข้อตกลง (MOU)กับภาคส่วนต่างๆไปก็จะเข้ามาเสริมเป็นกำลังสำคัญโดยใช้หอการค้าจังหวัดต่างๆภายใต้สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเพื่อการช่วยเหลือเกษตรกร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมทางสภาหอการค้าไทยยังได้รายงานถึงความไม่สมดุลของแรงงานภาคการเกษตรกับจีดีพีของประเทศ โดยแบ่งเป็นภาคการเกษตรภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการแนวโน้มแรงงานไทยจะมุ่งสู่ภาคบริการมากยิ่งขึ้นและสัดส่วนภาคการเกษตรแรงงานลดลง รวมถึงหารือกันถึงเรื่องการค้าชายแดนและถ้าข้ามแดน โดยเสนอให้มีการเร่งรัดยกระดับด่านใช้แดนที่เป็นด่านสำคัญทางการค้าทั้งหกด้านคือจุดผ่อนปรนบ้านห้วยต้นนุ่น จังหวัดแม่ฮ่องสอนจุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนม่าแห่งที่2 จุดผ่อนปรนพิเศษสิงขร จุดผ่อนปรนช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี จุดผ่อนปรนช่องสายตะกู จังหวัดบุรีรัมย์ และช่องทางการค้าทางธรรมชาติบ้านท่าเส้น จังหวัดตราด และ สภาหอการค้าไทยต้องการให้ผลักดันการขยายช่องทางโลจิสติกส์หรือการลำเลียงสินค้าและการพัฒนาเส้นทางคมนาคมทางฝั่งไทย เนื่องจากว่าได้มีการพัฒนาทางฝั่งชายแดนเพื่อนบ้าน เช่น พม่าค่อนข้างพร้อมก่อนแล้ว พร้อมยกประเด็นเร่งด่วนที่อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไข คือ เรื่องการลดอุปสรรคทางค่าเงินและค่าจ้างแรงงาน

