นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรให้เข้มงวดในการปราบปรามลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรตามแนวชายแดน โดยเข้มงวดเป็นพิเศษในกลุ่ม ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง กำลังมีปัญหาราคาตกต่ำ โดยนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร กำชับให้ทุกด่านตามแนวชายแดนเข้มงวดในการป้องกันลักลอบสินค้าเกษตร ดูว่าจะมีจุดเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการลักลอบหรือไม่ รวมถึงเข้มงวดกรณีสินค้าผ่านแดนตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าดังกล่าวลักลอบนำมาขายในไทย
นายชัยยุทธกล่าวต่อว่า กรมทำงานร่วมกับด่านศุลกากร หน่วยงานสืบสวนปราบปราม รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากรมศุลกากรหารือกับแม่ทัพภาคที่ 4 ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าเกษตรทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้มั่นใจว่ากรมศุลกากรตั้งใจสกัดกั้นสินค้าเกษตรไม่ให้เข้าในไทย และจากการทำงานที่เข้มงวดทำให้ขณะนี้การลักลอบน้อยลง เช่น หอม กระเทียม ผลลักลอบน้อยลงทำให้การจัดเก็บรายได้ในสินค้าหอม กระเทียม เพิ่มขึ้นกว่าที่ผ่านมากว่า 60
นายชัยยุทธกล่าวต่อว่า ในช่วง 10 เดือนปีงบ 2562 กรมสามารถจัดเก็บรายได้กว่า 9.11 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 9.5% สูงกว่าปีก่อน 1.1% เป็นการจัดเก็บรายได้สูงขึ้นจากสินค้ารถยนต์ ส่วนประกอบรถยนต์ คาดว่าในช่วง 2 เดือนสุดท้ายปีงบ 2562 กรมจะสามารถจัดเก็บสูงกว่าที่กำหนดไว้เอกสารงบประมาณกำหนดไว้ 1 แสนล้านบาท และสูงกว่าการคาดการของกระทรวงการคลัง 1.08 แสนล้านบาท แม้ว่าช่วง 2 เดือนต่อจากนี้ คาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจของโลกขณะนี้มีแนวโน้มชะลอตัวลง มีผลให้การนำเข้าลดลง แต่คาดว่าจะสามารถจัดเก็บภาษีได้ตามที่วางไว้
นายชัยยุทธกล่าวต่อว่า สำหรับเดือนกรกฎาคม 2562 กรมศุลกากรสามารถจัดเก็บ 9,378 ล้านบาท นั้น สูงกว่าประมาณการ จำนวน 1,178 ล้านบาท หรือ 14.4% และสูงกว่าปีก่อน จำนวน 808 ล้านบาท หรือ 9.4% เนื่องจากมูลค่านำเข้าชำระอากรขยายตัว 7.5% โดยจัดเก็บอากรเพิ่มขึ้นจากสินค้ารถยนต์นั่ง หอม กระเทียม รถยนต์โดยสาร ส่วนประกอบยานยนต์ และเครื่องยนต์ดีเซล
นายชัยยุทธกล่าวต่อว่า ขณะนี้จัดทำระเบียบพิธีการศุลกากรสำหรับเขตปลอดอากรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ภายในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นในการนำสินค้าไทยไปขายยังต่างประเทศผ่านทางแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในเขตปลอดอากรจะนำมาบังคับใช้กับผู้ประกอบการทุกรายที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซี เป็นการทั่วไป มิได้นำไปบังคับใช้เฉพาะผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งเท่านั้น โดยการดำเนินการในเขตปลอดอากรสำหรับกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะมีการนำระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการควบคุมทางศุลกากร เช่น การตรวจสอบสินค้าด้วยระบบเอกซเรย์บนสายพานร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) การควบคุมขนส่งสินค้าด้วยระบบอี-ล็อก และการจัดเก็บข้อมูลของสินค้าด้วยระบบระบุตัวตนของสินค้า (คิวอาร์โค้ด) รวมถึงการจัดทำระบบบัญชีสินค้าคงคลังอิเล็กทรอนิกส์

