‘ศักดิ์สยาม’ ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิต

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงฯ นายพิศักดิ์ จิตวิระวศิน รองปลัดกระทรวงฯ (หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง) ตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิต โดยมี นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้การต้อนรับ

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ได้สั่งการให้ กรมทางหลวง (ทล.) และสำนักงานทางหลวงฯ บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยึดต้นแบบการแก้ไขปัญหาจากถนนพระราม 2 เช่น การวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรื้อย้ายสาธารณูปโภค การเปิดหน้างานเท่าที่จำเป็น และการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง หากมีปัญหาด้านการประสานงานให้รายงานให้ทราบ เพื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวง จะได้ช่วยแก้ไขต่อไป นอกจากนี้ให้ ทล. สำรวจสภาพถนนทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเส้นทางเช่นเดียวกับถนนวิภาวดีฯ เพื่อพิจารณาดำเนินโครงการแก้ไขปัญหา รวมถึงการนำนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง โดยนำยางพารามาใช้ผลิตสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนนหรือโครงการต่าง ๆ ของกระทรวง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา พิจารณาวางแผนดูแลสภาพภูมิทัศน์ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ พิจารณาแนวทางป้องกับผู้ใช้รถจักรยานยนต์มาใช้ทางเท้า ทางจักรยาน และปรับระยะเวลาการดำเนินการให้น้อยลง เพื่อลดผลกระทบกับประชาชน อีกทั้งการดำเนินโครงการต่าง ๆ ของ ทล. และหน่วยงานในสังกัดกระทรวง เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน พร้อมเน้นย้ำการดำเนินงานทุกเรื่องต้องโปร่งใสและเป็นธรรม

ด้าน นายอานนท์ กล่าวว่า กรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการพัฒนาคูน้ำบนทางหลวงหมายเลข 31 (ถนนวิภาวดีรังสิต) เชื่อมโยงทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ระหว่าง กม.4+490 – กม.28+700 ในระยะที่ 1 แล้วเสร็จ ซึ่งประกอบด้วย งานดันท่อลอด จำนวน 8 แห่ง งานติดตั้งเครื่องสูบน้ำ งานลอกท่อดูดเลนของท่อระบายน้ำเดิม งานขยายท่อทางเชื่อม และงานปรับปรุงผิวจราจร ในส่วนระยะที่ 2 มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ กม.4+990 – กม.31+475 ระยะทาง 26.485 กิโลเมตร (ตั้งแต่แยกดินแดงจนถึงคลองรังสิตประยูรศักดิ์) ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ

นายอานนท์ กล่าวว่า ทั้งนี้ เมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบนถนนวิภาวดีรังสิตเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำบริเวณคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตในการระบายน้ำลงสู่คลองบางเขน คลองลาดพร้าว และคลองบางซื่อผ่านอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และลดปัญหาการจราจรติดขัดในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้ง บรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรไป-มา

นายอานนท์ กล่าวอีกว่า สำหรับถนนวิภาวดีรังสิตเริ่มเปิดใช้งานเมื่อพ.ศ.2509 เป็นทางหลวงแผ่นดินสายหลักสู่ภาคกลางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ อาทิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ทางยกระดับอุตราภิมุข รถไฟสายเหนือ และรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทำให้เกิดการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วจน เป็นย่านเศรษฐกิจ ย่านการศึกษา ย่านการท่องเที่ยวที่มีความสำคัญของประเทศ นอกจากนี้ ถนนวิภาวดีรังสิตยังเป็นถนนสายหลักที่มีปริมาณประชากรและปริมาณจราจรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า โครงการพัฒนาคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิต เป็นโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบนทางหลวงหมายเลข 31 (ถนนวิภาวดีรังสิต) เชื่อมโยงทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ระหว่าง กม.4+490 – กม.28+700 แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 สิ้นสุดโครงการเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2562 โดยดำเนินงานจัดหา ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 18 ตัว งานดันท่อลอด 8 จุด งานลอกท่อดูดเลน 73,965 เมตร งานขยายท่อทางเชื่อม 8 แห่ง และงานปรับปรุงผิวจราจร 126,921 ตารางเมตร ระหว่าง กม.11+300 – กม.15+100 (ฝั่งขาออก) ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ (อยู่ระหว่างส่งมอบงาน)

ส่วนระยะที่ 2 มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ กม.4+990 – กม.31+475 ระยะทาง 26.485 กิโลเมตร (ตั้งแต่แยกดินแดง – คลองรังสิตประยูรศักดิ์) แบ่งเป็น 3 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 ระหว่าง กม.5+500 – กม.10+700 ใช้เวลาก่อสร้าง 900 วัน ตอนที่ 2 ระหว่าง กม.10+700 – กม.28+ 030 ใช้เวลาฯ 900 วัน และตอนที่ 3 ระหว่าง กม.28+030 – กม.30+300 ใช้เวลาฯ 720 วัน

ประกอบด้วยงานก่อสร้างสถานีสูบน้ำ ทางจักรยาน และงานดันท่อลอด ขณะนี้ได้ผู้รับจ้างแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจพื้นที่ ซึ่งสำนักงานทางหลวงที่ 13 ได้วางแผนดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง เช่น ใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง และการกันพื้นที่ก่อสร้างที่ชัดเจน เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมบนถนนวิภาวดีรังสิต เพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำบริเวณคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตที่ระบายน้ำลงสู่คลองบางเขน คลองลาดพร้าว และคลองบางซื่อ ผ่านอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และลดปัญาหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพฯ บรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนชนผู้ใช้เส้นทางดังกล่าว เนื่องจากถนนวิภาวดีฯ มีการจราจร 200,000 คันต่อวัน อีกทั้งมีปริมาณการจราจรบนดอนเมืองโทลเวย์อีก 100,000 คันต่อวัน ส่งผลให้การจราจรหนาแน่น

ในวันเดียวกันนี้ นายศักดิ์สยาม ได้ลงพื้นที่ตรวจโครงการฯ ระยะที่ 2 บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และระยะที่ 1 บริเวณอาคารสูบน้ำวิภาวดีฯ กม.8+635 พร้อมกล่าวว่า การดำเนินโครงการฯ ของ ทล. ในครั้งนี้ เพื่อระบายน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณถนนวิภาวีฯ หากปริมาณฝนตกไม่เกิน 100 มิลลิเมตร จะไม่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเหมือนเช่นที่ผ่านมา แต่หากเกินกว่า 100 มิลลิเมตร จะสามารถระบายน้ำได้เร็วขึ้นไม่เกิน 2 ชั่วโมง

บทความก่อนหน้านี้‘เจ้าขุน’ ประกาศตั้งเป้าน็อก ‘แบงค์ ธิติ’ งานนี้มีเหตุผลสำคัญซ่อนอยู่
บทความถัดไป‘จาตุรนต์’ เตือน ‘ประยุทธ์’ อย่าเฉไฉ แถไปแถมาไปวันๆ เร่งสางปัญหาที่มีอยู่ให้ตรงจุด