นายกิตติ สุนทรมโนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่น โปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตคอนกรีตมวลเบา ภายใต้แบรนด์ Q-CON เปิดเผยว่า Q-CON ตั้งขึ้นจากเจตนารมณ์ของผู้บริหารสมัยนั้น ตั้งใจหาวัสดุก่อสร้างที่ดี และทันสมัยมาเพื่อช่วยพัฒนาการก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พบว่า ในต่างประเทศจะใช้อิฐมวลเบาสำหรับวัสดุผนัง เพราะก่อสร้างไว ทำงานง่าย และสามารถกันความร้อน ประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งเหมาะอย่างมากกับประเทศไทย ปีนี้ถือเป็นปีที่ครบรอบ 25 ปี ในการดำเนินธุรกิจคอนกรีตมวลเบา ตลอดเวลาที่ผ่านมา Q-CON ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ามาโดยตลอด และถือเป็นผู้นำตลาดอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นยอดขายที่สูงสุด และมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ตลอดจนมีผลิตภัณฑ์มวลเบาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าบล็อคที่มีครบทุกชั้นคุณภาพ G2 ,G4 และ G6 และผลิตภัณฑ์มวลเบาเสริมเหล็ก เช่น คานทับหลังสำเร็จรูป แผ่นเคาน์เตอร์มวลเบา และแผ่นพื้นสำเร็จรูป อีกทั้งยังได้รับรางวัลมาตรฐานคุณภาพที่สำคัญต่างๆมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้ผลิตรายแรกและรายเดียวที่ได้รับรางวัลฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ทั้งชั้นคุณภาพ G2 และG4 จาก กระทรวงพลังงาน มาอย่างต่อเนื่อง 2 ปี ซึ่งแสดงถึงคุณสมบัติในการกันความร้อน สามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้จริง จากการใช้อิฐมวลเบาของ Q-CON
นายกิตติ กล่าวว่า จากนี้ Q-CON พร้อมเดินหน้าชูกลยุทธ์ “Q Solution” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงความต้องการลูกค้า เน้นเรื่อง Customer Centric จึงผลักดัน Q Solution ตอบโจทย์ลูกค้ายุคแรงงานขาดแคลน และต้องการความเร็วในการก่อสร้าง โดย Solution แรก เปิดตัว Q Panel ระบบผนังกันความร้อนครบวงจร ทั้งติดตั้งง่าย น้ำหนักเบา ใช้แรงงานน้อยเพียง 2-3 คน ก็สามารถติดตั้งได้ถึง 40 ตร.ม./วัน พร้อมทั้งยังมีระบบ Q Network เครือข่ายทีมช่างที่มีประสบการณ์ พร้อมให้บริการติดตั้งแก่ลูกค้าทั่วประเทศที่ไม่มีแรงงาน และยังมีผนังเข้ามุม ผนังรอยท่อที่ช่วยให้ลูกค้าทำงานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Q-CON ยังมี Solution อื่นๆ อีก เช่น Q Kitchen ครัวปูนทันสมัย ดีไซน์สวย และมีโครงสร้างเสริมเหล็ก High Strength ที่แข็งแรงได้มาตรฐาน พร้อมการบริการติดตั้งครบวงจร โดยใช้เวลาติดตั้งเพียงไม่กี่วัน Q Stair ระบบบันไดที่แข็งแรง ช่วยลดต้นทุน และลดเวลาการทำงานของลูกค้า Q Sound Barrier ระบบผนังกันเสียงที่ช่วยป้องกันเสียงดังจากรอบข้างได้เป็นอย่างดี เช่น ผนังกันเสียงริมทางหลวงแผ่นดิน รั้วหมู่บ้าน รั้วโรงงาน และรั้วคอนโด
นายกิตติ กล่าวว่า สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2562 มียอดขายถึง 1,032.9 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตสูงถึง 12% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และมีผลกำไรครึ่งปีแรก 86.90 ล้านบาท ซึ่งสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตสูงถึง 393% โดยผลการดำเนินงานมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เป็นเพราะกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่พัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า โดยผลักดันผลิตภัณฑ์Q Panel ออกสู่ตลาด ทั้งในและต่างประเทศ และยังคงมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายอิฐมวลเบาอีกด้วย นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้จัดจำหน่ายสินค้าไปยังต่างประเทศด้วย เช่น ออสเตรเลีย อินเดีย ลาว กัมพูชา และมัลดีฟส์ เป็นต้น
นายกิตติกล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทฯ มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 20.8 ล้านตร.ม. มีโรงงานถึง 5 โรงงาน รองรับอยู่ในเขตพื้นที่สำคัญ ที่ตลาดเติบโตสูงที่กรุงเทพ ปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคอีสาน ทั้งนี้ การขายและการทำการตลาดนั้นจะมีทั้งรูปแบบการขายตรงเข้าโครงการ และขายผ่านตัวแทนจัดจำหน่าย (Dealers) หรือร้านค้ากว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาช่างฝีมือทั่วประเทศ เพื่อยกระดับช่างฝีมือไทย ผ่านการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้งาน และยังพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือช่วยยกแผ่น และเครื่องมือติดตั้งแผ่นอัตโนมัติ

