นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยกล่าวในงานเปิดโครงการเสริมสร้างตลาดทุนธรรมาภิบาลเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี ซึ่งมี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นประธานว่า ครั้งนี้มี 13 องค์กรที่เกี่ยวข้องในภาคตลาดทุนร่วมลงนามปฏิญญาขับเคลื่อน การพัฒนาที่ยั่งยืน ขององค์การสหประชาชาติ โดยมีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นแม่งาน ซึ่งถือเป็นการสร้างทุนให้กับประเทศรูปแบบหนึ่ง โดยธรรมาภิบาลเป็นพลังขับเคลื่อนตลาดทุน
ทั้งนี้ 13 องค์กรที่ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ตลท. สภาธุรกิจตลาดทุนไทย บริษัทหลักทรัพย์ไทย บริษัทจดทะเบียนไทย บริษัทจัดการลงทุน สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน สมาคมตราสารหนี้ไทย กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทจดทะเบียนไทย และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
นายอุตตม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้อยากเห็นตลาดทุน ภาคการผลิต การบริหาร อุตสาหกรรม ต้องช่วยกันในการยกขีดความสามารถของประเทศ เพื่อให้การเจริญเติบโตไปถึงประชาชนลดความเหลื่อมล้ำ อยากให้ตลาดทุนมาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เพราะมีทั้งพลังเงินทุน และกำลังคน อยากให้ช่วยกันพัฒนาเริ่มตั้งแต่ คนตัวเล็ก ชุมชม วิสาหกิจชุมชน สตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี
นายอุตตมกล่าวว่า ภาครัฐทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้องพร้อมให้การสนับสนุน พร้อมดูแลเรื่องกฎระเบียบเอื้ออำนวยให้เกิดการลงทุนในไทย รวมถึงทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชน และกลุ่มคนตัวเลข เพื่อให้เกิดการพัฒนา ซึ่งตลาดทุนสามารถให้ความรู้การลงทุน การออมที่เหมาะสมเป็นอย่างไร อะไรเป็นสิ่งไม่ดี และมีขบวนการการกำกับดูแลธรรมมาภิบาลด้านการลงทุน ซึ่งตลท.ทำอยู่แล้ว แต่ต้องมาเชื่อมโยงให้เป็นเนื้อเดียวกัน หากมีปัญหาต้องร่วมกันคิดว่ามีกลไกดูแลอย่างไร
นายอุตตมกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ต้องการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางตลาดทุนในภูมิภาค ไทยนั้นมีศักยภาพ และต่างชาติจับตาดู ดังนั้นอยากเห็นว่าจะทำอย่างไรให้เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงให้ได้ เพราะไทยมีหลายๆ อย่างพร้อมแล้ว ถ้าสามารถยกระดับตลาดทุนไทยเป็นศูนย์กลางตลาดทุนของภูมิภาคช่วยประเทศได้มาก เพราะวันนี้เศรษฐกิจไทยต้องรับมือความผันผวนจากเศรษฐกิจภายนอกประเทศ ดังนั้นถ้าไทยสามารถสร้างความเข้มแข็งตั้งแต่ฐานรากขึ้นมาทำให้รับมือกับความผันผวนที่เกิดขึ้นได้โดยง่าย ซึ่งได้หารือกับหารือประธานตลท. เลขา กลต. แล้วคงสามารถเริ่มงานได้ทันทีและคาดว่าปลายปีน่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรม

