หน้าแรก เศรษฐกิจ ทองผันผวน แค่...

ทองผันผวน แค่ช่วงเช้าราคาขยับ 6 ครั้ง ขึ้น 300 บาท ลง 150 บาท นักค้าทองให้จับตาศก.โลก แนะลงทุนช่วงนี้ต้องเข้า-ออกเร็ว

15.08.19 | 15:40 น.

วันที่ 15 สิงหาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาทองคำในประเทศว่า สมาคมค้าทองคำมีการปรับราคาทองคำในภาคเช้าขึ้นลง 6 ครั้ง โดยปรับขึ้นครั้งแรก จำนวน 200 บาท 1 ครั้ง และจำนวน 50 บาท 2 ครั้ง ก่อนปรับลดลง จำนวน 50 บาท 3 ครั้ง ทำให้ราคาทองแท่งขายออก อยู่ที่บาท (บาททองคำ) ละ 22,100 บาท รับซื้อ 22,000 บาท ส่วนทองรูปพรรณ ขายออก 22,600 บาท รับซื้อ 21,603 บาท ส่วนทองสปอตอยู่ที่ 1,512 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ คำนวณอัตราแลกเปลี่ยน 30.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ โดยราคาทองคำวันนี้ปรับเพิ่มขึ้น 150 บาท หากเทียบกับราคาทองคำเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการปรับลดลงรวมทั้งหมด จำนวน 350 บาท

แหล่งข่าวจากบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า สรุปราคาทองคําในภาคเช้าขยับขึ้นตอบรับแรงหนุน หลังจากสินทรัพย์เสี่ยงเผชิญแรงขาย โดยตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ร่วงลงตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ นําโดยดัชนีดาวน์โจนดิ่งลงกว่า 800 จุด หรือ -3.05% หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะถือว่าร่วงลงมากที่สุดในรอบปีปนี้ โดยมีสาเหตุมาจากเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม เกิดภาวะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นสูงกว่าระยะยาว (inverted yield curve) ระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี กับ 2 ปี ในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ โดยข้อมูลสถิติบ่งชี้ว่า หากเกิดภาวะดังกล่าวขึ้นเฉลี่ยราว 22 เดือน เหตุที่จะตามมาคือภาวะเศรษฐกิจถดถอย อย่างไรก็ตาม ยังต้องระวังเรื่องความผันผวนของราคาทองคําในระยะนี้ เนื่องจากสถานการณ์สามารถพลิกผันได้ค่อนข้างเร็ว

แนะนำให้เน้นจับตาท่าทีของสหรัฐฯและจีน ในเรื่องความขัดแย้งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้าหรือสงครามค่าเงิน รวมทั้งความเกี่ยวข้องกับประเด็นการประท้วงในฮ่องกงด้วย โดยพบว่าขณะนี้ประธาราธิบดีสหรัฐฯได้เสนอให้มีการจัดการประชุมส่วนตัวกับผู้นำของจีน เพื่อหารือถึงแนวทางในการคลี่คลายสถานการณ์ประท้วงในฮ่องกง ทำให้ต้องจับตาท่าทีว่าฝั่งจีนจะตอบรับหรือไม่ และจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้อย่างไร จากปัจจัยดังกล่าวอาจทําให้ทองคําต้องเผชิญกับแรงขายทํากําไรได้อีกครั้ง

ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หากราคาทองคํายังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านที่ 1,524 เหรียญสหรัฐฯต่อออนซ์ได้ อาจทําให้เกิดการอ่อนตัวลง แต่หากผ่านได้ราคาจะขึ้นไปทดสอบแนวต้านสําคัญบริเวณ 1,535 เหรียญสหรัฐฯต่อออนซ์ ทั้งนี้หากราคาอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือบริเวณแนวรับที่ 1,509-1,498 เหรียญสหรัฐฯต่อออนซ์ได้ ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นอีกครั้ง โดยแนะนํากลยุทธ์ในการลงทุนคือ เน้นการซื้อขายทํากําไรในระยะสั้น โดยรอดูบริเวณ 1,509-1,498 เหรียญสหรัฐฯต่อออนซ์ หากไม่หลุดระดับนี้ก็สามารถเข้าซื้อเก็งกําไรระยะสั้น เพื่อขายทํากําไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น หรืออยู่ในบริเวณแนวต้านที่ 1,524 และ 1,535 เหรียญสหรัฐฯต่อออนซ์