นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. จ่ายเงินชดเชยให้กับทีวีดิจิทัลจำนวน 3 ช่อง ที่ยื่นขอคืนใบอนุญาติทีวีดิจิทัลมาในรอบแรก รวมเป็นเงินที่ต้องจ่ายชดเชยสุทธิจำนวน 1,020,448,137.27 บาท โดยช่องแรก บริษัท สปริง 26 จำกัด หรือหมายเลขช่อง 26 จะได้รับเงินค่าชดเชยสุทธิจำนวน 341,191,543.76 บาท ช่องที่ 2 บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด หรือหมายเลขช่อง 19 จะได้ค่าชดเชยสุทธิ จำนวน 405,837,368.25 บาท และช่องที่ 3 บริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด หรือ 20 จะได้รับเงินค่าชดเชยสุทธิจำนวน 273,419,225.26 บาท ซึ่งทั้ง 3 ช่องได้ยุติการออกอากาศแล้วเมื่อเวลา 00.01 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2562
ทั้งนี้ ในส่วนของค่าเช่าโครงข่ายภาคพื้นดิน (มักซ์) สำนักงาน กสทช. ยังได้จ่ายเงินให้กองทัพบก หรือช่อง 5 เพื่อชำระค่าเช่าใช้โครงข่ายฯ ที่บริษัท สปริง 26 จำกัด และบริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด ค้างชำระ (ตามหนังสือโอนสิทธิ) เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 158,261,628 บาท โดยแยกเป็นค่าโครงข่ายที่ค้างชำระของบริษัท สปริง 26 จำกัด จำนวน 70,867,921.78 บาท และบริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด จำนวน 87,393,706.22 บาท นอกจากนี้ สำนักงานฯ ยังได้จ่ายเงินให้กับธนาคารกสิกรไทยตามหนังสือโอนสิทธิของบริษัท สปริง 26 จำกัด จำนวน 250,640,000บาท ตามจำนวนที่บริษัทฯ ค้างชำระอยู่ด้วย
นายฐากร กล่าวว่า สำหรับช่องที่คืนใบอนุญาตทีวิดิจิตอลอีก 4 ช่องที่เหลือ ได้แก่ บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด หรือหมายเลขช่อง 21, บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือหมายเลขช่อง 14, บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด หรือหมายเลขช่อง 28 และบริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด หรือหมายเลขช่อง 13 สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตามหลักการเดียวกันกับ 3 ช่องแรก โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ตามกำหนดการณ์เดิมต่อไป
นายฐากร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3 เดือน ที่ได้ดำเนินการตามม.44 ถือว่ากระบวนการเป็นไปได้ด้วยดี ส่วนผู้ประกอบการที่ยังต้องจ่ายเงินในงวด 4/2 ถ้าหากว่าผู้ประกอบการรายใดยังไม่พร้อม สามารถจ่ายดอกเบี้ยมาก่อนได้ ซึ่งทุกช่องได้ให้ความร่วมมือตามมาตรการที่ออกมา โดยเงินที่หักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำเงินส่งคืนเป็นรายได้ของแผ่นดิน ให้กับกระทรวงการคลังต่อไป ซึ่งยอดเงินแรกที่จะทำการส่งคืนประมาณ 1.8 พันล้านบาท หลังจากนั้นจะมีการทยอยเงินให้ส่วนอื่นคืนตามไป

