นายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายงานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ล่าสุดวันที่ 6 มิถุนายน ได้หารือกรณีสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ทำหนังสือมายัง กสทช.เพื่อขอช่องโทรทัศน์ของประชารัฐในระบบทีวีดิจิตอล ในกลุ่มช่องสาธารณะจำนวน 1 ช่อง เพื่อนำเสนอเนื้อหาการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินโดยใช้กลไกประชารัฐ เบื้องต้นบอร์ด กสท.พิจารณาแล้ว เห็น กสท.มีความตั้งใจจะสนองนโยบายของรัฐในการสนับสนุนคำร้องขอดังกล่าว
“กสท.ยังไม่ได้มติให้ใบอนุญาตดังกล่าวแก่ทางรัฐบาล เนื่องจากต้องศึกษารายละเอียดและข้อกฎหมายเพิ่มเติมเสียก่อน เพื่อความรอบคอบว่าจะนำไปออกช่องทางไหน หมายเลขช่องใด รวมถึงให้สำนักงาน กสทช. ทำหนังสือไปยังสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีให้มีการนำส่งรายละเอียดในการขอช่องรายการมาเพิ่มเติม เช่น แผนงานบริหารจัดการ หรือการใช้งบต่างๆ ทั้งนี้ การให้ใบอนุญาตจะเป็นการจัดสรรใบอนุญาตด้วยวิธีการพิจารณาให้ตามความเหมาะสม (บิวตี้คอนเทสต์)”
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวผ่านทวิตเตอร์@supinya ว่า มติ กสท.ขอสรุปสั้นๆ คือ การขอช่องทีวี “ประชารัฐ” กสท.มีมติให้ตอบปฏิเสธไปอย่างนิ่มนวล ลักษณะว่า ข้อมูลยังไม่พร้อมพอจะพิจารณาและต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกตามประกาศ จากนี้จึงให้สำนักงานมาปรึกษาบอร์ด กสท.แต่ละท่านถึงตัวเนื้อหาที่จะตอบไปในจดหมาย โดยความเห็นส่วนตัวเสนอให้ตอบไปให้ชัดๆ ไม่ควรคลุมเครือ

