หน้าแรก เศรษฐกิจ กองสลากฝากควา...

กองสลากฝากความหวังใช้แอพพ์แก้ขายเกินราคา หวยแบบใหม่ๆรอต่อไป

20.08.19 | 15:51 น.

พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี ผู้อำนวยการ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า กองสลากได้เปิดให้ผู้ค้าสลากรวมถึงประชาชนลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น GLo Lottery ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคาที่กำหนดไว้ ในระหว่างที่รอกองสลากศึกษาผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติม โดยภายในแอพพ์จะสามารถตรวจผลรางวัล แจ้งข้อมูลและบันทึกผลสลากได้ ซึ่งภายใน 3 เดือนต่อจากนี้ หรือเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2562 กองสลากจะมีการประเมินผลก่อนพิจารณาเพิ่มโควต้าให้กับผู้ค้าที่จองซื้อสลากรายใดก็ตามที่มีความประพฤติดี และขายสลากในราคาที่กองสลากตั้งไว้คือใบละ 80 บาท ซึ่งอาจทำให้ผู้จองซื้อสลากได้สลากถึง 10 เล่ม จากเดิมกำหนดโควต้าไว้เพียง 5 เล่มเท่านั้น

“กองสลากได้เปิดให้ตัวแทนจำหน่ายหรือผู้ซื้อสลากรายย่อยที่มารับสลากทยอยดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป เพื่อพิสูจน์ตัวตนของผู้ขายว่ามีตัวตนอยู่จริง และเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสลากประเมินผู้ขายได้ว่าผู้ขายขายสลากเกินราคาหรือไม่ เชื่อว่าขณะนี้มีสลากเพียงพอสำหรับผู้ค้าทุกรายอย่างแน่นอน และสามารถเพิ่มความสะดวกในการจองซื้อสลากได้มากกว่าเดิม จากที่เคยมีภาพการต่อแถวซื้อแบบยาวๆ หรือการนำรองเท้าแตะมาเข้าคิวต่อแถวแทนเหมือนที่เคยเกิดขึ้น “

พ.ต.อ.บุญส่งกล่าวว่า นอกจากนี้เพื่อกระจายสลากไปยังผู้ค้ารายย่อย รวมถึงช่วยลดการขายเกินราคาจากการมีต้นทุนสลากที่สูงขึ้น โดยที่ผ่านมากองสลากได้เปิดให้ผู้ขายสลากรายย่อยจองซื้อสลากผ่านระบบประมาณ 600,000 เล่มต่องวด และผ่านช่องทางการซื้อตรงกับกองสลากประมาณ 100,000 เล่มต่องวด ต่อมาได้มีการปรับสัดส่วนการซื้อผ่านระบบการจองซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 620,000 เล่มต่องวด เนื่องจากคาดหวังว่าจะทำให้การจำหน่ายราคาสลากในตลาดอยู่ที่ 80 บาทได้ตามที่สำนักงานสลากกำหนดไว้ โดยปัจจุบันกองสลากยังไม่มีการพิจารณาพิมพ์สลากต่องวดเพิ่มเติมอีก

พ.ต.อ.บุญส่งกล่าวว่า หลังจากกองสลากเพิ่มเพดานการพิมพ์สลากขึ้นเป็น 100 ล้านฉบับมาแล้ว 2 งวด เริ่มตั้งแต่งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2562 เพื่อแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคาที่กำหนดไว้ โดยเริ่มแรกมียอดพิมพ์ 97 ล้านฉบับ และงวดวันที่ 16 สิงหาคม 2562 พบว่ามียอดพิมพ์สลากเต็มเพดานครบ 100 ล้านฉบับตามที่ต้องการแล้ว โดยพบว่าสามารถแก้ไขปัญการขายสลากเกินราคาได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากมีสลากออกมาเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า จนกระทั่งเห็นภาพว่าภายใน 1-2 วันก่อนการประกาศผลรางวัล มีการขายสลากต่ำกว่าราคาพื้นฐานที่กำหนดไว้ ประมาณ 70 บาทต่องวด

“แต่ปัจจุบันยังพบปัญหาสลากราคาแพงอยู่บ้าง โดยเฉพาะงวดที่ผ่านมามีการขายสลากถึงราคา 200 บาท เป็นเพราะสลากมีเลขที่ดังและประชาชนมีความต้องการมากกว่าเลขอื่น จึงพบว่ายังมีการจำหน่ายสลากเกินราคาอยู่ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทั่วประเทศมีสัดส่วนตัวแทนจำหน่ายสลากทั้งหมดอยู่ที่ 30,000 ราย ขณะที่สัดส่วนผู้จองซื้อทั่วประเทศมี 120,000 ราย”

Advertisement

พ.ต.อ.บุญส่งกล่าวว่า สำหรับกรณีสลากภาพ 12 นักษัตร ยืนยันว่าขณะนี้เป็นเพียงแนวความคิดเท่านั้น และยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาเพิ่มเติม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะทำหรือไม่ทำต่อ รวมถึงทำการศึกษาสลากรูปแบบอื่นๆ เพิ่มเติมอีก โดยเร็วๆ นี้จะยังไม่มีสลากรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่มีแนวโน้มจะนำออกมาจำหน่าย เนื่องจากต้องมีกระบวนการทำประชาพิจารณ์เพื่อประเมินทิศทางกระแสของสังคมก่อน

ในส่วนของการที่นำสลากภาพมาใช้ ซึ่งมีความคล้ายกับสลากในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาสลากราคาแพงได้ เพราะถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ซื้อ แต่การจะนำมาใช้ยังต้องคำนึงถึงวัฒนธรรมของไทยที่ไม่เหมือนกับประเทศอื่น จึงจะนำข้อคิดเห็นจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมาหารือ เพื่อปรับรูปแบบสลากใหม่ที่จะออกมาให้เหมาะสมกับสังคมไทยต่อไป

“ขณะนี้กองสลากต้องนำข้อคิดเห็นต่างๆ ที่สังคมเสนอไปทบทวน และดูถึงผลกระทบต่างๆ ให้ชัดเจน ถึงจะสามารถดำเนินการต่อได้ เพราะตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)​ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 ระบุว่าหากกองสลากจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ จะต้องสอบถามความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและศึกษาผลกระทบก่อน” พ.ต.อ.บุญส่งกล่าว