‘สนธิรัตน์’ถกมาเลฯหาข้อสรุปซื้อขายไฟ-ดันไทยฮับแอลเอ็นจี ปตท.ขอกกพ.ขยายท่อก๊าซ
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงานครั้งทที่ 37 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ว่า การประชุมครั้งนี้มีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณา เพื่อผลักดันให้เกิดความร่วมมือด้านพลังงานขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การขยายปริมาณการการซื้อขายไฟฟ้าเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าพหุภาคีในโครงการลาว-ไทย-มาเลเซีย(แอลทีเอ็ม)จากเดิม 100 เมกะวัตต์ เป็น 300 เมกะวัตต์ ล่าสุดมาเลเซียมีประเด็นจะซื้อขายไฟกับไทยโดยตรง เบื้องต้นจึงนัดหมายหารือความร่วมมือดังกล่าว ขณะเดียวกันยังมองความร่วมมือในรูปแบบดังกล่าวกับประเทศอื่น ทั้งเมียนมาและกัมพูชา
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า การพัฒนาพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางของการซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นอ็นจี ฮับ) ได้มอบหมายให้บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ทำหลักการตามนโยบายนโยบายของกระทรวงกระทรวงให้ชัดเจน เน้นส่งเสริมและเกื้อกูลกันภายในประเทศอาเซียน ยืนยันว่าประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอจะเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานได้ ส่วนประเด็นเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทยกัมพูชานั้น จะหารือร่วมกันถึงแนวทางดำเนินการ ยังไม่สามารถสรุปได้อยู่ที่ความตกลงระหว่างกัน
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า จะเสนอสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) และกระทรวงพลังงาน พิจารณาส่วนต่อขยายท่อแอลเอ็นจีจากเดิม 2 จุด จุดแรกตั้งแต่นครราชสีมา – น้ำพอง จ.ขอนแก่น และจุด 2 ตั้งแต่พระนครใต้ – บางปะกง เพื่อรองรับการขนส่งแอลเอ็นจีที่ขยายตัวในประเทศและรองรับการเป็นฮับของอาเซียน เมื่อกกพ.อนุมัติจะเสนอเรื่องให้กับคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)รับทราบต่อไป โดยปัจจุบันคลังรองรับแอลเอ็นจีอยู่ที่ 19.5 ล้านตันต่อปีในหนองแฟบและมาบตาพุด หากตั้งเป้าหมายผู้นำอาเซียนก็ต้องพัฒนาด้านอื่นควบคู่ด้วย

