ก.พลังงานคลอดแพคเกจช่วยคนจนก.ย.นี้ ฟื้นอุ้มพี่วิน สั่งปตท.ช่วยเอสเอ็มอี
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ด้านพลังงาน ที่มาตรการตรึงราคาก๊าซจะหมดอายุวันที่ 30 กันยายนนี้ ว่า ขณะนี้ นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน อยู่ระหว่างประสานกระทรวงการคลัง เพื่อจัดทำต้นแบบมาตรการการแก้จนออกมา โดยช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนของกระทรวงพลังงาน จะดูแลในเรื่องค่าไฟ และค่าเชื้อเพลง ให้กับกลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอย กลุ่มคนรายได้น้อย และกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ จากปัจจุบันปตท.ได้ช่วยเหลือราคาก๊าซเอ็นจีวี สำหรับยานยนต์ ราคาพิเศษให้กับแท็กซี่ รถตู้โดยสาร รถโดยสารขนาดใหญ่ และอยู่ระหว่างการพิจารณช่วยเหลือคลอบคลุมถึงกลุ่มรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย แต่การจะช่วยเหลือรูปแบบใดนั้น ยังต้องศึกษาข้อมูลให้เหมาะสมอีกครั้ง จากที่ผ่านมากระทรวงพลังงาน เคยมีแนวคิดให้ส่วนลดน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ ราคาส่วนลดลิตรละ 3 บาท แต่ถูกยกเลิกไป หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลง
“การช่วยเหลือครั้งนี้ ไม่ได้มองเรื่องปัจจัยราคาน้ำมันที่ถูกหรือแพง แต่จะมองในเรื่องการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ให้คลอบคลุมทุกกลุ่ม ไม่เน้นเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เพราะมีสิทธิที่จะได้รับการดูแลสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยโมเดลการแก้จน จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และกลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ขาดโอกาส ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป โดยมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่จะต้องหารือกับกระทรวงการคลัง จะชัดเจนภายในเดือนกันยายนนี้ ก่อนเสนอที่ประชุมครม. เพื่อจัดทำแพจเกจต่อไป”นายสนธิรัตน์กล่าว
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานยังมีนโยบาย 1 ชุมชน 1 พลังงานทดแทน 1 เมกกะวัตต์ เพื่อเป็นการช่วยเหลือชุมชน ให้เข้าถึงการผลิตไฟฟ้าใช้เอง และหากผลิตเหลือใช้สามารถขายเข้าระบบ สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ ซึ่งประเด็นนี้ได้หารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) อย่างใกล้ชิด เพื่อจัดหาพื้นที่ และสร้างชุมชนต้นแบบในการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทน ก่อนที่จะขยายคลอบคลุมไปสู่ชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป คาดว่าจะได้ข้อสรุปพื้นที่ภายในเดือนกันยายนนี้เช่นกัน
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานเตรียมจัดสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการปลูกหญ้าเนเปียร์ หรือหญ้าเลี้ยงช้าง เพื่อป้อนเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า โดยจะเชิญทุกภาคส่วนเข้าร่วมหารือ ก่อนจะกลับมาฟื้นโครงการดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานเพิ่มขึ้น ตามนโยบายการส่งเสริมพืชพลังงานบนดิน หลังจากที่ผ่านมากระทรวงพลังงาน เคยดำเนินโครงการดังกล่าวไปแล้ว แต่ได้หยุดการส่งเสริมตั้งแต่ปี 2557
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า กระทรวงฯยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) เพื่อจัดทำแผนช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในด้านพลังงาน โดยจะพิจารณาว่าแต่ละอุตสาหกรรมจะเข้าไปช่วยเหลือด้านการลดต้นทุนด้านพลังงานอย่างไร เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเป็นการขอความร่วมมือจากปตท. ไม่ได้ใช้งบประมาณจากภาครัฐ และพร้อมเปิดกว้างให้หน่วยงานอื่นๆ ที่ต้องการเข้ามาช่วยเหลือด้วย

