หน้าแรก เศรษฐกิจ กกร.เชื่อมั่น...

กกร.เชื่อมั่นไตรมาส3เอกชนทยอยลงทุน-ระบุอีอีซีภาษีช่วยหนุน

7.06.16 | 16:23 น.

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย ที่โรงแรมดุสิตธานี ว่าประเมินว่าการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้จะขยายตัวมากขึ้น เพราะภาครัฐเดินหน้าการลงทุนแล้ว จากนั้นภาคเอกชนจะเริ่มลงทุนตามแต่จะใช้เวลาอีก 6 เดือน คือ เห็นการลงทุนช่วงไตรมาส 3 และ 4 ประกอบกับช่วงนี้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ


นายเจน นำชัยศิริ ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลังจะขยายตัวขึ้น จากนโยบายขยายเวลานำเงินลงทุนไปหักภาษีได้ 2 เท่าถึงปี 2560 รวมทั้งนโยบายส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ควบคู่กับนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ได้เจาะจงพื้นที่ลงทุนใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง มั่นใจว่านโยบายดังกล่าวจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะมีสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น และช่วยอำนวยความสะดวกในการลงทุน อาทิ การจัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

นายเจนกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนมีความกังวล ภายหลังศาลฎีกาตัดสินคดีภาษีอากรที่บริษัทแห่งหนึ่งได้รับส่งเสริมการลงทุนหลายโครงการ และถูกตัดสินว่ามีความผิด เพราะบริษัทใช้วิธีการคำนวณภาษีตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ควบคู่กับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ใช้วิธีการคำนวณภาษีแบบแยกโครงการ ระหว่างกำไรขาดทุน แต่ศาลมีความเห็นว่าต้องใช้วิธีการคำนวณของสรรพากร คือต้องนำผลกำไรและขาดทุนของทุนโครงการในปีภาษีเดียวกันมารวมกัน โดยกรณีนี้เอกชนมีความกังวลว่าการที่ศาลตัดสินจะเป็นบรรทัดฐานให้กับบริษัทอื่นๆ ที่ยื่นขอส่งเสริมจากบีโอไอ และจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ดังนั้น กกร.จึงเตรียมนำเสนอเรื่องดังกล่าวในที่ประชุมร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พิจารณาแก้ปัญหาโดยด่วน

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และประธานคณะกรรมการ กกร. กล่าวว่า คาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 จะขยายตัวใกล้เคียงกับไตรมาสแรกที่ขยายตัว 3.2% จากการลงทุนของภาครัฐ และการท่องเที่ยว และคาดว่าตลอดปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอยู่ที่ 3-3.5% ขณะที่การส่งออกคาดว่าจะอยู่ที่ 0-2% แต่ภาพรวมเศรษฐกิจตลอดปีต้องติดตามปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและอาเซียนที่จะมีผลต่อการฟื้นตัวของการส่งออก รวมถึงการลงประชามติของอังกฤษในการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) รวมทั้งท่าทีของธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่

Advertisement