ทันทีที่รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายหัวลำโพง-หลักสอง (บางแค) เปิดให้บริการทางการกันยายน 2562 นี้ ขณะที่ส่วนต่อขยายช่วงเตาปูน (บางซื่อ) – ท่าพระ จะเปิดให้บริการตามมาติดๆภายในต้นปี 2563 นั่นทำให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีโครงข่ายที่สมบูรณ์เชื่อมต่อการเดินทางที่หลากหลายทั้งจากชานเมืองสู่เมือง และระหว่างเมืองสู่เมือง ประชาชนชาวฝั่งธนบุรีจะได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางเข้าเมืองที่ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น
แน่นอนว่าความสมบูรณ์แบบของโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย รวมทั้งจุดเชื่อมต่อ Interchange กับ BTS สายสีเขียว ที่ท่าพระและบางหว้า ทำให้การเดินทางไปส่วนต่างๆของเมือง ทั้งเขต CBD (Central Business District-พื้นที่ศูนย์กลางเขตธุรกิจ สีลม,สาทร,เพลินจิต,สุขุมวิทตอนต้น) และ New CBD (อโศก-รัชดา-พระราม9) ได้ทั่วถึงนี้เอง ทำให้ทำเลสองข้างทางตลอดแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกลายเป็น “ทำเลฮอต” ของอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวสูงและแนวราบ
ในส่วนของส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-หลักสอง ที่มีระยะทางประมาณ 13.8 กิโลเมตร เป็นเส้นรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อเขตเมืองชั้นในกับฝั่งธนบุรี โดยจุดสิ้นสุดที่สถานีหลักสอง (บางแค) อยู่บริเวณจุดตัดกับถนนกาญจนาภิเษกที่เป็นถนนสายสำคัญฝั่งชานเมืองด้านตะวันตก มีเส้นทางถนนเชื่อมต่อไปจังหวัดปริมณฑลใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นนครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร เป็นต้น ทำให้โครงข่ายคมนาคมโซนนี้ทั้งระบบราง และถนน สร้างเพื่อรองรับการเดินทางเชื่อมต่อจากฝั่งชานเมืองที่จะเข้าเมืองและออกนอกเมือง
ขณะนี้อสังหาริมทรัพย์โซนนี้จึงกลายเป็น “ทำเลศักยภาพ” ที่สำคัญเพราะมีความ “ใกล้เมือง” รวมทั้งในพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบรัศมี 10 กิโลเมตรจากสถานีรถไฟฟ้าหลักสอง (บางแค) ที่ถือเป็น “พื้นที่แห่งอนาคต” คล้าย “สุขุมวิทตอนปลาย” เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาทั้งเชิงพาณิชย์ และที่อยู่อาศัย ทำให้เกิด “ชุมชนเมือง” ที่คึกคัก ซึ่งขยายต่อเนื่องมาจากบางแค
แน่นอนว่าเมื่อความคึกคักของย่านฝั่งธนฯไม่ได้หยุดแค่ที่แถวบางแค แต่ต่อยอดจากแนวเส้นทางเพชรเกษมขาออก ที่เป็นเส้นทางมุ่งหน้าออกนอกเมืองไปทางภาคตะวันตกและภาคใต้ อีกทั้งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีแผนแม่บทโครงข่ายรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพ-ปริมณฑล ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4 รวมถึงมีแผนขยายเส้นทางออกไปยังเขตพื้นที่อ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร และ นครปฐมด้วย
ถนนเพชรเกษมขาเข้ามุ่งหน้าสถานี MRT หลักสอง(บางแค) ห่างเพียง 2 กิโลเมตร
ทำเลเส้น “ถนนเพชรเกษม” จึงขยายและเติบโตไปล่วงหน้ารอรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายไปแล้ว ซึ่งวันนี้บรรดาอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัยช่วงทำเลที่ขยับพ้นมาจากโซนบางแคเป็นต้นมา กำลังเป็นอีกหนึ่ง “ทำเลส่วนต่อขยาย” ที่รอรถไฟฟ้าพาดผ่านในอนาคต
โครงการ “ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม 98” เป็นอีกหนึ่งโครงการคอนโดมิเนียม High Rise สูง 20-21 ชั้น ที่อยู่ในทำเลแห่งการ “ซื้ออนาคต” ที่น่าลงทุนและน่าอยู่อาศัยไปอย่างลงตัว
หลังจากประสบความสำเร็จใน “ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม 98” เฟส 1 ที่เปิดขาย 1,352 ยูนิต (ตึก A และ B) ไปแล้วเมื่อปี 2557 ไม่กี่ปีถัดมาลุมพินีเปิดเฟส 2 (ตึก C , D) ที่มีห้องชุด 1,320 ยูนิต ขนาดตั้งแต่ 22.5 จนถึง 35.5 ตารางเมตร
โดยล่าสุดหลังรถไฟสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย หัวลำโพง-หลักสอง(บางแค) มีความชัดเจนเปิดให้บริการในปีนี้ ทำให้ขณะนี้เหลือห้องชุดเปิดขายเพียง 600 ยูนิต ที่ตึก C และ D ซึ่งเน้นที่ความเงียบสงบ เพราะเป็น 2 อาคารที่อยู่ด้านในของโครงการ โดยเปิดราคาที่ระดับล้านต้นๆเท่านั้น (ห้องขนาด 26 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 1.39 ล้านบาท ห้องขนาด 35 ตร.ม. ซึ่งมี 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้นที่ 2.19 ล้านบาท)
บรรยากาศร่มรื่นรอบโครงการ
ตัวโครงการลุมพินีที่เพชรเกษม 98 นี้เป็นรูปแบบ “พาร์ค” (Park) เน้นความร่มรื่นของสวน ซึ่งตามแพทเทิร์นของลุมพินี พาร์ค จะเน้นให้มีสวนเขียวขจีล้อมรอบโครงการ ทำให้การเดินจากหน้าโครงการตึก A ไปยังตึกท้ายหรือตึก D ในระยะ 400 เมตร มีความร่มรื่นสบายตา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของ LPN โดยโครงการนี้ยังสร้างทางเชื่อมเดินที่มีหลังคาระหว่างอาคารเพื่อให้ลูกบ้านสามารถเดินไปใช้บริการส่วนกลางที่มีสวนหย่อม สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องกิจกรรม ห้องสมุด ทางวิ่งออกกำลังกายกลางแจ้ง สนามเด็กเล่น และสวนออกกำลังกายกลางแจ้งได้อย่างสะดวกสบาย
คลับเฮ้าส์และสระว่ายน้ำ
มินิมอลล์หน้าโครงการ
โดยมีอาคารจอดรถสูง 7 ชั้น 2 อาคาร (ที่ตึก B และ C) โดยโครงการเฟส 1 จอดรถได้ประมาณ 388 คัน และเฟส 2 ประมาณ 443 คัน นอกจากนี้ยังมีจุดจอดรถกลางแจ้งนอกตัวอาคาร รวมแล้วที่จอดรถทั้งโครงการคิดเป็น 40%
อีกจุดพิเศษ คือ LPN สร้าง “มินิมอลล์” หรือคอมมิวนิตี้มอลล์ขนาดเล็กขนาบหน้าโครงการเพื่อให้ลูกบ้านเข้ามาใช้บริการได้สะดวก โดยมีระบบประตูอัตโนมัติให้ลูกบ้านเดินเชื่อมต่อจากโครงการเข้าสู่มินิมอลล์ได้ทันที โดยภายในจะมีทั้งร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ ร้านทำผม ร้านนวดผ่อนคลาย ฯลฯ ให้บริการ
ด้วยตัวโครงการนี้มีการวางผังห้องขนาดพิเศษ 35 ตารางเมตรแบบ 2 ห้องนอนไว้ด้วย เพื่อให้พักอาศัยอยู่ได้ในแบบครอบครัว ซึ่งต้องยอมรับว่าการจัดผังในห้องไซซ์นี้แบบ 2 ห้องนอน ลุมพินีทำได้ลงตัว โปร่งโล่ง ไม่รู้สึกอึดอัด ขณะที่ไซซ์ยอดนิยมอย่างห้องขนาด 26 ตารางเมตร ยังคงเป็นซิกเนเจอร์สำคัญของโครงการ


ภาพเทียบห้องที่ตกแต่งแล้วและห้องเปล่าขนาด 26 ตร.ม.
ขณะเดียวกันสำหรับห้องไซซ์ 22.5 ตารางเมตร ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ในด้านงบประมาณก็เน้นความโปร่ง โล่งให้ลูกบ้านสามารถอยู่ได้จริง ไร้ความรู้สึกอึดอัด ซึ่งนี่ถือเป็นอีกหนึ่ง “เอกลักษณ์สำคัญ” ของแบรนด์ LPN ที่รู้จักกันดี เช่นเดียวกับระบบบริหารของ “นิติบุคคล” ที่ขึ้นชื่อทั้งความปลอดภัย การบริหารจัดการที่สมบูรณ์แบบเพื่อให้คอนโดมิเนียมและตัวโครงการรักษาความเป็นชุมชนน่าอยู่ไม่ดูเก่าโทรม สภาพโครงการที่มีบรรยากาศที่ดี ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ซึ่งจุดแข็งนี้เป็นชื่อเสียงที่รับรู้กันดีของแบรนด์ LPN
ทำให้ตัวโครงการแม้จะผ่านไปหลายปียังคงดึงดูดผู้สนใจหน้าใหม่ที่ต้องการมาอยู่อาศัย เพราะทำเลที่พัฒนาตามศักยภาพ สอดรับกับการขยับราคาพื้นที่ต่อตร.เมตรที่พัฒนาขึ้นทุกปีตามความเจริญ
โครงการ “ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม 98” อยู่ห่างจากสถานี MRT สายสีน้ำเงินหลักสอง (บางแค) ในระยะเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นั่นทำให้เป็นโครงการที่สะดวกสบายในระยะเข้าถึงรถไฟฟ้าได้ง่าย และจุดแข็งสำคัญคือ ในโซนเพชรเกษม 98 ที่ตั้งของโครงการ มีความเป็น “เมือง” ที่ขยายออกมาอย่างคึกคัก ตัวโครงการติด “ถนนใหญ่” อยู่ใกล้ “ห้างบิ๊กซี เพชรเกษม” และ “แมคโคร” ในระยะเดินไม่ถึง 200 เมตร แน่นอนว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารชั้นนำ ธนาคาร แหล่งช้อปปิ้ง และโรงภาพยนตร์ รวมทั้งสตรีทฟู้ดอร่อยในละแวกนี้ ส่วนบริเวณหน้าโครงการที่นอกจากมีร้านค้าใน “มินิมอลล์” ของลุมพินีเองแล้ว ในช่วงเย็นแต่ละวันยังมีตลาดนัดอาหารเย็นมาออกร้านกันด้วย
แหล่งช้อปปิ้งที่อยู่ห่างโครงการไม่เกิน 200 เมตร
ขณะที่หากมุ่งหน้าไปทางฝั่ง “เพชรเกษมขาเข้า” ตัวโครงการอยู่ห่างจากห้างสรรพสินค้าครบวงจรขนาดใหญ่อย่าง “เดอะ มอลล์ บางแค” เพียง 3 กิโลเมตร ห่างจากห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ 8 กิโลเมตร หรือหากต้องการช้อปปิ้งของสดก็มีตลาดสดดังอย่าง “ตลาดบางแค” ห่างจากโครงการไม่เกิน 3 กิโลเมตร
ส่วนด้านฝั่ง “เพชรเกษมขาออก” มีคอมมิวนิตี้มอลล์ใหญ่อย่าง “Victoria Garden” ที่รวมร้านอาหารดังไว้มากมาย อยู่ห่างจากโครงการ 800 เมตร ถัดไปจากนั้นมีตลาดนัดหน้าหมู่บ้านเศรษฐกิจ หรือจะไปเดินเล่นตลาดสนามหลวง 2 ก็อยู่ในละแวกไม่ไกล
ตัวโครงการตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษา อาทิ วิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงธน,มหาวิทยาลัยสยาม,โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า และอยู่ละแวกเดียวกับโรงพยาบาลชื่อดังทางฝั่งธนฯหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น รพ.เกษมราษฎร์บางแค, รพ.เพชรเกษม 2,รพ.บางไผ่,รพ.พญาไท 3 ส่วนด้านเส้นพระราม 2 ที่เชื่อมต่อกัน มีทั้งรพ.บางปะกอก 8, รพ.พระราม 2,รพ.นครธน,รพ.บางมด และรพ.บางปะกอก 9 จะเห็นว่าที่นี่มีไลฟ์สไตล์และคุณภาพชีวิตที่สะดวกสบายครบครันในรัศมีไม่เกิน 10 กิโลเมตรจากโครงการ
ความที่ตัวโครงการติด “ถนนใหญ่” คือถนนเพชรเกษม ทำให้การเดินทางทั้งแบบใช้รถ และเชื่อมต่อไปใช้ระบบรางเป็นไปอย่างง่ายดาย
หากอยู่อาศัยบริเวณนี้ และมีสถานที่ทำงานที่ต้องออกนอกเมืองหรือเข้าเมืองสามารถใช้ถนนเพชรเกษม และถนนกาญจนาภิเษกได้สะดวก ขณะที่หากทำงานในเขตเมืองชั้นใน สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายเข้าเขตเมืองไม่ว่าจะเป็นสีลม สาทร ได้ในเวลา 30 นาที ซึ่งไม่ไกล และไม่ใช้เวลานานเกินไป โดยสามารถใช้บริการที่ MRT สถานีหลักสอง ที่อยู่ใกล้สุด โดยสถานีนี้มีบริการอาคารจอดแล้วจรจัดที่จอดรถขนาดใหญ่ไว้ให้
หากต้องการใช้บริการรถสาธารณะมีรถเมล์ผ่านหน้าโครงการหลายสาย รวมทั้งรถสองแถวที่วิ่งรับส่งในละแวก ซึ่งมีป้ายรถเมล์อยู่บริเวณหน้าโครงการ หรือจะเลือกใช้บริการ “รถตู้” ของโครงการเอง ที่เปิดให้บริการลูกบ้านในช่วงเช้าเป็นรอบๆ ราคาครั้งละ 20 บาท ส่งถึง BTS สถานีบางหว้า ที่จะวิ่งตรงไปยังเขตเมืองชั้นใน ทั้งสีลม สาทร พระราม 4 ได้ในไม่กี่สถานี
ป้ายรถเมล์หน้าโครงการ
ขณะที่การลงทุนระยะยาว ปัจจัยสำคัญอย่างโลเคชั่น ที่ “ติดถนนใหญ่” เพราะสามารถใช้เส้นทางถนนเพชรเกษมผ่านทั้งท่าพระ วงเวียนใหญ่ ไปจนถึงสีลม สาทร หรือจะเลี่ยงใช้เส้นทางถนนกาญจนาภิเษก ที่มีสะพานตัดเข้าสู่ถนนกัลปพฤกษ์ที่ใช้สัญจรเข้าสู่เขตโซนธุรกิจใจกลางเมืองอย่างสีลม-สาทรได้เช่นกัน
ขณะเดียวกันจากถนนเพชรเกษมยังเชื่อมต่อไปเส้นกาญจนาภิเษกไปทางพุทธมณฑลสาย 2-3-4 ทวีวัฒนา-ศาลายา,ถนนบรมราชชนนี,ปิ่นเกล้า,จรัญสนิทวงศ์ โดยเส้นทางนี้ยังมีทางด่วนศรีรัช ที่ไปจตุจักรได้ ขณะที่ก็สามารถใช้เส้นทางกาญจนาภิเษกมุ่งหน้าบางใหญ่-บางบัวทอง-นนทบุรีได้ด้วย ซึ่งในอนาคตยังเชื่อมต่อไปทางมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี และทำเลนี้ยังสามารถใช้เส้นทางขึ้นถนนพระราม 2 ได้ โดยมีทางด่วนรองรับให้ใช้อีกจุดในบริเวณนี้
พร้อมกันนั้นจากหน้าโครงการฝั่งตรงข้ามยังใช้เส้นทางเพชรเกษมขาออกเพื่อออกนอกเมืองไป สมุทรสาคร นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี หรือจังหวัดทางภาคใต้และตะวันตกได้โดยง่าย
ขณะที่ในระยะยาว รฟม.ยังมีแผนการสร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายจากเดอะมอลล์ บางแค-พุทธมณฑลสาย 4 (ระยะทาง 8 กิโลเมตร) ซึ่งจะทำให้แนวรถไฟฟ้าผ่านหน้าโครงการในอนาคต ถือเป็นมุมมองทำเลศักยภาพในระยะยาวที่ราคายังไม่สูงมาก แต่แทบจะซื้ออนาคตรอไว้ได้ ท่ามกลางคอนโดมิเนียมเกือบ 2 หมื่นยูนิต ที่เปิดตัวติดถนนเพชรเกษม และใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
โครงการ “ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม 98” จึงเป็นทำเลศักยภาพ โดดเด่นด้านการคมนาคมทั้งระบบ จากเมืองสู่เมือง จากชานเมืองสู่เมืองชั้นใน เป็นย่านที่มีความเจริญและการขยายตัวของเมืองที่คล้ายกับบริเวณสุขุมวิทตอนปลาย ตัวโครงการตั้งอยู่ในโซนที่มีความสมบูรณ์แบบ ติดถนนใหญ่ ใกล้ห้างระดับเดินถึง ให้นิยามได้ถึงทำเลปัจจุบันที่ลงตัว คู่ขนานกับการเป็นโครงการที่มองเห็นอนาคตอันใกล้ เพราะอยู่ในบริเวณที่มีการขยายตัวของเมืองในฝั่งธนบุรีออกมาเรื่อยๆ ในฐานะทำเลยอดนิยมของที่พักอาศัย

