นายเลิศมงคล วราเวณุชย์ นายกสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์นนทบุรี เปิดเผยถึงสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดนนทบุรีว่า สถานการณ์ไม่ค่อยดีนักในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่มีโครงการขนาดใหญ่หรือใหม่ ๆเกิดขึ้นเลย ถ้ามีมีแต่โครงการขนาดเล็กสูง 7-8 ชั้นเท่านั้น หรือหากยังเห็นการพัฒนาโครงการใหญ่ๆ เกิดขึ้นบ้างส่วนใหญ่ก็เป็นโครงการที่ขอนุญาตไว้เดิม อย่างไรก็ตามการที่ไม่มีโครงการเกิดขึ้นใหม่ เพราะตลาดไม่ค่อยดีมาตั้งแต่รถฟ้าสายสีม่วงเปิดให้บริการ เพราะตลาดไม่ได้ดีอย่างที่คิด เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการปั่นราคาที่ดินให้สูงขึ้น และเมื่อนำมาพัฒนาโครงการราคาขายก็สูงขึ้นตามไปด้วย สุดท้ายก็ขายไม่ได้ และเมื่อถูกซ้ำเติมจากมาตรการควบคุมสินเชื่อต่อหลักทรัพย์ (แอลทีวี) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ยิ่งซ้ำเติมอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดนนทบุรีขึ้นไปอีก โดยปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมอยู่ประมาณ 13,000 ยูนิต คาดว่าจะใช้เวลาระบายออกได้หมดภายใน 3 ปี
“ปัจจุบันราคาที่ดินในจังหวัดนนท์ หากอยู่ติดเส้นสายสีม่วงช่วงถนนกรุงเทพ-นนท์ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2.5 แสนบาทต่อตารางวา (ตร.ว.) แต่หากที่ดินย่านถนนติวานนท์จะอยู่ที่ 1.2 แสนบาทต่อ ตร.ว. ซึ่งเมื่อนำมาพัฒนาโครงการราคาขายก็จะยิ่งแพงขึ้นส่งผลให้ขายได้ยาก โดยราคาขายคอนโดมิเนียมในจังหวัดนนทบุรีจะอยู่ที่ประมาณ 50,000-80,000 บาทต่อตร.ม. และหากเป็นคอนโดฯที่ต่ำกว่า 2 ล้านยอดรีเจ็ก (ปฏิเสธสินเชื่อ) จะมีมากกว่า 30% “ นายเลิศมงคลกล่าว
นายเลิศมงคลกล่าวว่า อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์การขายที่ไม่ดีนัก ขณะนี้ทางผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรียิ่งมีความกังวลมากขึ้นจากการที่ผังเมืองนนทบุรีฉบับใหม่กำลังประกาศใช้ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะจำกัดการก่อสร้างมากขึ้นโดยเฉพาะการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่ตามผังเมืองใหม่นั้นจะสร้างได้เฉพาะในเส้นทางรถฟ้าสายสีม่วงห่างจากแนวรถไฟฟ้าประมาณ 300-400 เมตร แต่ขณะที่อีกเส้นทางคือรถไฟฟ้าสายสีชมพูนั้นสร้างไม่ได้เลย ยกเว้นบริเวณเมืองทองธานี นอกจากนี้การที่กฎหมายภาษีที่ดินใหม่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2563 ปรกอบกับกรมธนารักษ์ปรับราคาประเมินที่ดินใหม่ในวันที่ 1 มกราคม 2563 เช่นกันก็จะยิ่งซ้ำเติม เพราะผู้ที่มีที่ดินอยู่แต่ไม่สามารถนำมาพัฒนาได้เพราะติดปัญหาผังเมืองก็จะยิ่งซ้ำเติมเพราะต้องเสียภาษีที่ดินแพงขึ้นตามราคาประเมินใหม่ที่ปรับเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันผังเมืองยังกำหนดความกว้างของถนนซอยตั้งแต่ 10-12 เมตร จึงจะสร้างอาคารสูงได้ ซึ่งในจังหวัดนนทบุรีหาได้ยากมาก ส่วนใหญ่จะกว้าง 5-7 เมตรเท่านั้น ดังนั้นเมื่อผังเมืองประกาศใช้ทางสมาคมจะรวบรวมผลกระทบ เพื่อนำเสนอให้มีการปรับปรุงผังเมืองใหม่อีกรอบ
“จะต้องนำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีมาดูด้วยและการจะปรับปรุงผังเมืองนั้นจะต้องดูผังเมืองกรุงเทพมหานครด้วยว่ากำหนดกฎเกณฑ์การพัฒนาเป็นรูปแบบใด เพราะการพัฒนาเมืองตามผังเมืองจะต้องให้สอดคล้องและไปด้วยกันได้กับกรุงเทพมหานครเนื่องจากมีพื้นที่ติดกัน”นายเลิศมงคลกล่าว
นายปรีชา กุลไพศาลธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เปี่ยมสุข พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดนนทบุรี มีบ้านจัดสรรขายอยู่ประมาณ 21,000 ยูนิต ทั้งบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ส่วนใหญ่ระดับราคา 2-10 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เวลาระบายได้หมดภายใน 2-3 ปี ดังนั้นเมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยก็จะยิ่งแย โดยผู่ประกอบการในจังหวัดนนทบุรีจะจับตาดูยอดขายในช่วงไตรมาส2-4 ปีนี้ว่าจะเป็นอย่างไร หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นก็คงจะเสนอขอมาตรการช่วยเหลือต่อไป

