นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า การขึ้นทะเบียนเกษตรกรถือเป็นหน้าที่ที่เกษตรกรทุกคนควรถือปฏิบัติ โดยหลังจากการขึ้นทะเบียนเกษตรกร เกษตรกรจะได้รับสมุดทะเบียนเกษตรกร เพื่อเป็นเอกสารใช้แสดงสถานภาพการเป็นเกษตรกร ยืนยันความเป็นเกษตรกร โดยเกษตรกรแจ้งความประสงค์ขอปรับปรุงข้อมูลการทำการเกษตร หรือขึ้นทะเบียนใหม่ ได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง ตามที่ตั้งแปลงปลูกพืชของตัวเอง ที่สำคัญเกษตรกรจะต้องปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ตามกรอบระยะเวลาการปลูกพืช โดยควรปรับปรุงหลังจากการปลูก ไม่น้อยกว่า 15 – 60 วัน ตามแต่ละชนืดพืช และหากเกษตรกรไม่มาปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี
นายสำราญ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดพบว่าเกษตรกร จำนวนถึง 896,871 ครัวเรือน ไม่มีการปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยหากครบระยะเวลาดังกล่าวแล้ว เกษตรกรจำนวนนี้จะสิ้นสถานภาพการเป็นเกษตรกรทันที และทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือจากโครงการของรัฐบาล
ทั้งนี้ ทางกรมฯ มีการนำระบบโปรแกรมมาตรวจสอบข้อมูลบุคคลกับสำนักทะเบียนราษฎร กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ได้ข้อมูลชื่อ สกุล สมาชิกในครัวเรือนที่เป็นปัจจุบัน รวมทั้งการตรวจสอบเนื้อที่เพาะปลูกของเกษตรกรจากการวาดผังแปลงเพาะปลูก หรือผังแปลงเกษตรกรรมดิจิทัล โดยซ้อนกับผังแปลงกับกรมที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) และภาพถ่ายดาวเทียม ไปแล้ว จำนวน 13,824,739 แปลง พื้นที่รวมกว่า 100 ล้านไร่ คิดเป็น 72% ของพื้นที่การเกษตรประมาณ 139 ล้านไร่
นายสำราญ กล่าวต่อว่า ข้อมูลผังแปลงเกษตรกรรมดิจิทัลที่ได้สามารถนำมาใช้ในการวางแผนภาครัฐทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ เพื่อให้ตอบสนองกับการให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเกษตรกรเป้าหมายมากขึ้น เช่น การตรวจสอบข้อมูลเกษตรกร ที่มีพื้นที่ที่ถูกต้อง สามารถเข้ารับสมัครฝึกอบรม เพื่อรับสิทธิ์ซื้อสารเคมี ตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิดได้ โดยการตรวจสอบที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำ การตรวจสอบแปลงเพาะปลูกเพื่อยืนยัน การเพาะปลูกหลังการเก็บเกี่ยว เป็นต้น
นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้จัดทำแอพพลิเคชัน FARMBOOK หรือสมุดทะเบียนเกษตรกรดิจิทัล มาอำนวยความสะดวกและปรับปรุงวิธีการรับขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร รวมทั้งการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่องเพิ่มมากขึ้น สามารถติดตามสิทธิ์โครงการช่วยเหลือจากภาครัฐ และให้เจ้าหน้าที่สามารถวางแผนพัฒนาการผลิตและการตลาดของสินค้าเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบแอนดรอย และระบบไอโอเอส และเริ่มใช้งานด้วยการใช้เลขที่ในทะเบียนเกษตรกร หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ และได้นำระบบจีพีเอสมาใช้จับพิกัดวัดขนาดพื้นที่ และวาดผังแปลงเกษตรกรรมดิจิทัลอีกด้วย
นายสำราญ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีแอพพลิเคชัน FAARMis สำหรับเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลออก เพื่อให้บริการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรนอกสถานที่ โดยสามารถขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรได้ทั้งเกษตรกรรายใหม่ และเกษตรกรรายเดิม

