‘สุริยะ’ เล็งหารือ ‘อุตตม’ 27 ส.ค.หวังเร่งสรุปแนวทางจัดสรรงบช่วยเหลือชาวไร่อ้อย หลังราคาอ้อยตกต่ำ-แนวทางช่วยกองทุนอ้อยฯเคลียร์หนี้กรุงไทย 2,085 ล้านบาทที่เหลือ พร้อมเร่งขับเคลื่อนเพิ่มมูลค่าอ้อยสู่ ศก.ชีวภาพ ‘สอน.’แย้มเน้นช่วยเกษตรกรตัดอ้อยสด
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยหลังการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันที่ 27 สิงหาคม จะหารือนอกรอบกับนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยจากปัญหาราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2562/63 ตกต่ำเพื่อช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิตและการชำระหนี้ของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.)วงเงิน 2,085 ล้านบาทกับธนาคารกรุงไทย โดยแนวทางทั้งหมดจะได้ข้อสรุปภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบต่อไป
นายสุริยะกล่าวว่า ราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2562/63 ที่จะเปิดหีบในปลายปีนี้ สอน.ได้ประมาณการรายได้ที่เกษตรกรจะได้รับอยู่ที่ราว 837.77 บาทต่อตัน (เฉลี่ย12ซี.ซี.เอส.) ซึ่งมาตรการช่วยเหลืออาจจะพิจารณาในรูปแบบคล้ายคลึงกับฤดูการผลิตปี 2561/62ที่ผ่านมาที่ครม.จัดสรรงบกลางรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็นประจำปีงบประมาณ 2562 จำนวน 6,500 ล้านบาทเพื่อซื้อปัจจัยการผลิตตันละ 50 บาทรายละไมเกิน 5,000 ตัน
“การช่วยเหลือต้องดูรายละเอียด ซึ่ง สอน.รายงานเบื้องต้นว่า อาจใช้แนวทางช่วยเหลือชาวไร่ที่ตัดอ้อยสด มากกว่าอ้อยไฟไหม้ แต่ยอมรับว่าราคาอ้อยที่ได้รับรวมอาจจะไม่ถึง 1,000 บาทต่อตัน ต้องดูงบประมาณของภาครัฐในภาพรวมก่อน” นายสุริยะกล่าว
นายสุริยะกล่าวว่า การชำระหนี้เงินกู้ธนาคารกรุงไทยของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ก่อนหน้านี้กองทุนฯได้กู้เงิน 15,045 ล้านบาทมาจ่ายช่วยเหลือเพิ่มค่าอ้อยฤดูการผลิตปี 2558/59 และที่ผ่านมามีการชำระหนี้เงินต้นรวมดอกเบี้ยแล้ว 12,184 ล้านบาท จึงจะเจรจา 2 แนวทางคือ 1. การขอรับสนับสนุนงบประมาณแผ่นดินเพื่อชำระหนี้ส่วนที่เหลือที่ครบการชำระในปี 2563 จำนวน 2,085 ล้านบาท หรือ 2.การขอเจรจากรุงไทยยืดหนี้ออกไป 3-5 ปี
นายสุริยะกล่าวว่า อุตสาหกรรมอ้อยมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยอย่างมาก มีมูลค่าทั้งตลาด 2.5 แสนล้านบาทจึงต้องสนับสนุนเพื่อให้อุตสาหกรรมนี้อยู่รอด อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือการแก้ไขร่างพ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. … ที่เดิมจะนำอ้อยไปผลิตน้ำตาลทรายเท่านั้นให้สามารถต่อยอดเพิ่มมูลค่าทั้งเอทานอลและไบโอชีวภาพหรืออุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพ ด้วยการนำนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าอ้อย
นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการ สอน.กล่าวว่า ราคาอ้อยขั้นต้นฤดูผลิตปี 2562/63 เมื่อพิจารณาความหวาน 10 ซี.ซี.เอส.ราคาน้ำตาลทรายรวมพรีเมียม 13 เซนต์ต่อปอนด์ และอัตราแลกเปลี่ยน 30.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐจะอยู่ที่ 680 บาทต่อตัน แต่เมื่อประมาณการรายได้ต่างๆ รวมแล้วและค่าเฉลี่ยความหวานที่ 12 ซี.ซี.เอส. ราคาที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยจะได้รับคือ 837.77 บาทต่อตัน ขณะที่ปริมาณอ้อยผลิตได้จะอยู่ที่ 120 ล้านตัน โดยการช่วยเหลือเพื่อลดผลกระทบค่าอ้อยที่ตกต่ำ เบื้องต้นจะสนับสนุนให้เก็บเกี่ยวอ้อยสด คาดว่าจะอยู่ที่ 70% หรือราว 84 ล้านตันจากอ้อยทั้งหมด ช่วยเหลือตันละ 75 บาทเป็นเงิน 6,300 ล้านบาท


