หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.ชี้ธุรกิจม...

พณ.ชี้ธุรกิจมั่นใจเศรษฐกิจฟื้นตามแรงกระตุ้นของรัฐ ดึงยอดตั้งกิจการใหม่พุ่งทำสถิติ5ปี

27.08.19 | 13:19 น.

นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เดือนกรกฎาคม มียอดธุรกิจจัดตั้งใหม่6,459 ราย  เพิ่ม 873 ราย หรือเพิ่มขึ้น 16% จากเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น  495 ราย หรือเพิ่มขึ้น 8% เทียบเดือนกรกฎาคมปีก่อน ซึ่งหากเทียบยอดตั้งธุรกิจใหม่เฉพาะเดือนกรกฎาคมถือว่าเป็นจำนวนสูงสุดรอบ 5 ปีที่นับเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2552 โดยมีทุนจดทะเบียน  22,866 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% เดือนมิถุนายน  แต่ลดลง 13 % เทียบกับเดือนกรกฎาคมปีก่อน  ทั้งนี้ 3 ธุรกิจจัดตั้งใหม่ ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร ดังนั้น รวม 7 เดือนแรกปี 2562 มีจำนวนธุรกิจตั้งใหม่รวม  44,681 ราย  เพิ่มขึ้น 43,512 ราย หรือเพิ่ม 3% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน  มีมูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 140,622 ล้านบาท ลดลง 17%

นางโสรดา กล่าวว่า เดือนกรกฎาคม มีธุรกิจเลิกประกอบกิจการ 1,594 ราย  เพิ่มขึ้น 26 %จากเดือนมิถุนายนปีนี้ แต่ลดลง 6% เทียบเดือนกรกฎาคมปีก่อน โดย 3 ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการจัดการ โดยมีมูลค่าทุนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ 8,279 ล้านบาท ลดลง 66% จากเดือนมิถุนายน และเพิ่มขึ้น 32% เทียบเดือนกรกฎาคมปีก่อน ทำให้ 7 เดือนแรกธุรกิจเลิกสะสม 8,261 ราย เพิ่มขึ้น 4% มีมูลค่าทุนจดทะเบียนธุรกิจเลิกสะสม 30,615 ล้านบาท ลดลง 33%

“จัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนกรกฎาคมสูงมาก เป็นเดือนกรกฎาคมที่มีตัวเลขมากสุดในรอบ 10 ปี ปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ภาครัฐมีความคืบหน้าในการก่อสร้างลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ทำให้ประกอบการมั่นใจและเพิ่มลงทุน ซึ่งจากดูตัวเลขธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างในจังหวัดชลบุรีที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ(อีอีซี) พบว่ามียอดตั้งใหม่ 52 ราย เพิ่มขึ้น 8.33% และเป็นจังหวัดที่ทำธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างในสัดส่วนถึง 4.86%ของประเทศ และต่างชาติลงทุนสูงกว่าไทย โดยเฉพาะการลงทุนจากจีน บริติชอินเดียน และไต้หวัน และจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เชื่อว่ายอดจดตั้งทะเบียนจะสูงต่อเนื่อง และคาดว่าทั้งปียอดรวมตั้งใหม่จะถึง 7.5 หมื่นรายสูงกว่าเป้าหมายตั้งไว้ 7.2 หมื่นราย “ นางโสรดา กล่าว