“พาณิชย์” ลงพื้นที่จับตาตลาดชายแดนกักตุนสินค้าเกษตร ข้าวเหนียว มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

28.08.19 | 21:12 น.

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 นายพิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ หัวหน้าช่างตวงวัด ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตร และภาวะการค้าภายในจังหวัดนครพนม ตามร้านค้าสถานประกอบการจำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ตลาดชายแดน รวมถึง ตลาดสดเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อเพิ่มมาตรการเข้มในการตรวจสอบติดตาม ป้องกันการกักตุนสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวเหนียว ที่อยู่ในสภาวะราคาแพง เป็นการจัดระเบียบในการประกอบกิจการและห้ามมีการกักตุนข้าวเหนียว เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบประชาชน และฉวยโอกาสโก่งราคาสินค้า สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน อีกทั้งยังเป็นจังหวัดชายแดน ติด กับ สปป.ลาว ที่อาจจะมีการ ลักลอบนำเข้าสินค้า การเกษตร ข้าวเปลือก เข้ามาขาย ในประเทศ ส่งผลกระทบด้านการค้า

นายพิทักษ์ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้กระทรวงพาณิชย์ ได้มีนโยบายในการกำกับดูแล ตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 และกฎหมายว่าด้วยมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ 2542 ซึ่งได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบตามจังหวัดต่างๆ รวมถึง จ.นครพนม ตรวจสอบดูแล ราคาสินค้า รวมถึง การใช้เครื่องชั่งตวงวัดให้มีมาตรฐานเที่ยงตรง มีการวางเครื่องชั่งให้ผู้ซื้อได้เห็นอย่างชัดเจน และมีการปิดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน ไปจนถึงการกักตุนสินค้า โก่งราคาโดยเฉพาะข้าวเหนียว ที่กำลังประสบปัญหาราคาแพง เบื้องต้นจากการตรวจสอบยังไม่พบปัญหา ซึ่งได้กำกับดูแลพ่อค้าแม่ค้าให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญได้เน้นย้ำ ห้ามมีการกักตุนสินค้าอย่างเด็ดขาด เพราะ ณ ปัจจุบันข้าวเหนียวถือเป็นสินค้าควบคุม หากพบว่าผู้ประกอบการหรือโรงสีรายใดมีการกักตุน จะดำเนินการตามกฎหมายการค้าข้าวและกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 อย่างเด็ดขาด ซึ่งมีโทษสูงสุด คือ จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยทางกระทรวงพาณิชย์จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจติดตามในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด