หน้าแรก เศรษฐกิจ เร่งเครื่อง&#...

เร่งเครื่อง’5G’žไทย หวั่นโดน’ทิ้งห่าง’ž

29.08.19 | 14:19 น.

หลายประเทศโดยเฉพาะประเทศผู้ผลิตเทคโนโลยี ได้จัดสรรและอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับเทคโนโลยี 5G ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน

ตั้งแต่ “ให้เปล่า”Ž ในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง หรือ ”การประมูล”Ž ในประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และสาธารณรัฐเกาหลี

ทั้งนี้ ยังมีอีกหลายประเทศที่อยู่ระหว่างทดลองและกำลังจะจัดสรร โดยวิธีการอนุญาตและจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับบริการ 5G นั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี ความต้องการใช้งานคลื่นความถี่ และกฎระเบียบในแต่ละประเทศ

สำหรับประเทศไทยเป็นที่คาดการณ์กันว่า การอนุญาตและจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับบริการ 5G น่าจะเป็นการจัดสรรโดยวิธีการประมูล เนื่องจากเป็นวิธีการจัดสรรที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการจัดสรรทรัพยากรที่มีมูลค่าสูง อีกทั้งได้ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายอีกด้วย

อย่างไรก็ดี เนื่องจากข้อจำกัดและความท้าทายหลายอย่างของประเทศไทย ที่อาจจะส่งผลให้การอนุญาตและจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับบริการ 5G อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) วางไว้

Advertisement

ระหว่างนี้ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ได้เชิญสื่อมวลชนและคณะทำงาน 5G สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยมี นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ร่วมเดินทาง เพื่อศึกษาดูงานและทำความเข้าใจร่วมกันเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

นายฮูลิน ซาว เลขาธิการสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ระบุว่า แม้ว่าทั่วโลกมีแผนพัฒนาเทคโนโลยี 5G ให้เกิดอย่างรวดเร็ว แต่การก้าวไปสู่ 5G นั้น ต้องวางแผนให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ ไม่มีสูตรตายตัวที่เหมือนกัน

เช่น แอฟริกา มีการใช้งานโทรศัพท์มือถือเฉพาะในเมือง ขณะที่นอกเมืองประชาชนไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ ก็ไม่จำเป็นต้องเร่งพัฒนา 5G

สำหรับประเทศไทย เป็นเรื่องที่ดีมาก ที่มีการทดสอบเทคโนโลยี 5G ด้วยการร่วมมือกับภาคการศึกษา ซึ่งในมุมมองของตนเอง คิดว่าจะเป็นสิ่งที่ดีมาก หากมีการแบ่งปันผลการทดสอบให้ภาคอุตสาหกรรมเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

ดังนั้น การประกาศสู่การเป็นผู้ให้บริการ 5G ของประเทศไทยจะช้าหรือเร็วไม่ต่างกัน สิ่งสำคัญคือการมาในเวลาที่เหมาะสม เพราะไอทียูเองก็ยังไม่มีการกำหนดว่าคลื่นไหนเหมาะกับการทำ 5G

คาดว่าในการประชุมของเวิลด์ เรดิโอ คอมมูนิเคชั่น คอนเฟอเรนซ์ หรือดับเบิลยูอาร์ซี สิ้นปี 2562 นี้ จะได้ข้อสรุปของคลื่นที่เหมาะสมกับ 5G

“ไอทียู ได้ทำงานเรื่อง 5G คืบหน้าอย่างมาก นอกจากเรื่องการสรรหาคลื่นที่เหมาะสมแล้ว ก็ต้องหารือร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมก็ได้ประโยชน์ด้วย

เพราะภาคอุตสาหกรรมต้องมีการลงทุน บางคนอาจคิดว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอเปอเรเตอร์) ต้องประมูลราคาสูง เพราะมีรายได้ มีกำไร แต่อย่าลืมว่า เอกชนนอกจากต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 5G ซึ่งต้องให้บริการด้วยความเสถียรแล้ว เขายังต้องลงทุนในแง่ของการให้บริการประชาชนด้วยŽ”

เลขาธิการไอทียูย้ำว่า ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีการประมูล จึงไม่ควรคิดแค่ราคาเริ่มต้นการประมูลที่สูง แต่ควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกการตลาด และควรกำหนดราคาสุดท้ายของการประมูลด้วย

นอกจากนี้ การประมูลอาจจะเลือกได้ ทั้งการประมูลคลื่นแบบหลายย่านความถี่พร้อมกัน (มัลติแบนด์) ทั้งย่านความถี่ต่ำ กลาง สูง หรือการคัดคุณสมบัติ นอกจากนี้ การชำระเงินก็ควรมีการแบ่งจ่ายที่เหมาะสม เพื่อให้โอเปอเรเตอร์ทำธุรกิจได้ ซึ่งไอทียูเป็นหน่วยงานที่ดูมาตรฐานของคลื่นเป็นหลัก ส่วนการประมูลและราคาต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละประเทศ

ขณะที่การจัดการประชุมผู้นำองค์กรกำกับดูแลด้านโทรคมนาคมในภูมิภาคอาเซียน หรือการประชุมอาเซียน เทเลคอมมูนิเคชั่น เรกูเลเตอร์ เคานซิล (เอทีอาร์ซี) ครั้งที่ 25 ที่สำนักงาน กสทช.เป็นเจ้าภาพ ทราบว่า 3 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม สิงคโปร์ และมาเลเซีย เตรียมเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ ประมาณเดือนมิถุนายน 2563 จึงมีความกังวลว่าอาจเกิดกรณีนักลงทุนจะย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศนั้นๆ ทำให้ไทยสูญเสียโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

เลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า ประเทศไทยจะมีการหารือถึงการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าสู่ 5G ที่คาดว่าจะมีการจัดการประมูลคลื่นความถี่เพื่อรองรับ 5G ในช่วงปลายปี 2563 หรือต้นปี 2564 ซึ่งจะส่งผลให้การเข้าสู่ 5G ของประเทศไทยเกิดขึ้นหลังจากนั้น

ดังนั้น ภายในต้นเดือนกันยายนนี้ จะนำเสนอต่อที่ประชุม กสทช. ให้มีการจัดคณะการขับเคลื่อน 5G ระดับชาติ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนให้เกิด 5G ได้เร็วขึ้น จากนั้นจะนำมติที่ประชุมเสนอต่อนายกรัฐมนตรีภายในกลางเดือนกันยายน 2562 เพื่อให้คณะทำงานเกิดขึ้น

“ที่ผ่านมา กสทช.ดำเนินการอาจจะมีปัญหา เช่น กรณีคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นอื่นๆ ที่มีหน่วยงานภาครัฐและกองทัพถือครองอยู่ แต่กลับใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หากมีคณะกรรมการชุดนี้ จะสามารถแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น เพราะรัฐบาลเป็นผู้กำกับดูแล ไม่เกิดปัญหาฟ้องร้องภายหลัง การขับเคลื่อน 5G จะมีประสิทธิภาพและเกิดขึ้นได้เร็วŽ”

จากการหารือร่วมกับโอเปอเรเตอร์ของไทย พบว่าการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ 5G ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล ขณะที่ปัจจุบันโอเปอเรเตอร์ ยังมีภาระทางการเงินจากการประมูลคลื่นความถี่ครั้งที่ผ่านมา ประกอบกับเทคโนโลยี 5G เป็นเทคโนโลยีใหม่ความพร้อมในการผลิตอุปกรณ์สำหรับคลื่นความถี่ที่จะนำมาใช้งานยังไม่พร้อมทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม โอเปอเรเตอร์คาดว่าจะพร้อมลงทุน 5G ในปี 2565-2566 ซึ่งเป็นปีที่ 5G ได้เริ่มให้บริการแล้วในประเทศชั้นนำ เพราะเชื่อว่าเมื่อถึงเวลานั้นจะเห็นทิศทางของการลงทุนการใช้งานคลื่นความถี่ที่ชัดเจน

แต่หากเป็นเช่นนั้น ประเทศอาจได้รับผลกระทบในหลายด้าน และรัฐบาลจะไม่สามารถยอมรับได้ เพราะถือว่าประเทศไทยเข้าสู่ 5G ล่าช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน

กสทช.มีแนวคิดที่น่าจะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย โดยการให้การจัดสรรคลื่นความถี่เกิดขึ้นก่อน โดยให้โอเปอเรเตอร์เข้ารับการจัดสรรคลื่นความถี่ล่วงหน้า และวางหนังสือค้ำประกัน (แบงก์การันตี) และเมื่อโอเปอเรเตอร์มีความพร้อมลงทุน จึงชำระเงินค่าใบอนุญาตในปี 2566

ทั้งนี้ ในกรณีดังกล่าวยังเป็นปัญหา เพราะจากการตรวจสอบพบว่าโอเปอเรเตอร์แต่ละราย เหลือความสามารถในการวางแบงก์การันตีของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่มาก เพราะการประมูลคลื่นความถี่ที่ผ่านมามีการวางแบงก์การันตีไว้จำนวนมาก

ดังนั้น กสทช.จึงมีการหารือกับ ธปท. ในการให้โอเปอเรเตอร์สามารถนำแบงก์การันตีของสถาบันการเงินในต่างประเทศมาใช้ในการค้ำประกันแทนได้

ถือเป็นอีกความท้าทายหนึ่งของ กสทช. ที่จะสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุค 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ล่าช้ากว่าประเทศในภูมิภาคเดียวกัน