นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวขณะนำคณะผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ(ทูตพณ.) ลงพื้นที่พิสูจน์คุณภาพกระบวนการผลิตเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน ซึ่งเป็น 1 ใน 6 สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดนครราชสีมา ที่มีศักยภาพในการส่งออกไปสู่ตลาดต่างประเทศ ในกิจกรรมพาณิชย์สัญจรเชื่อมโยงฐานรากสู่ตลาดโลก เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ว่า ก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ ทำให้ทราบว่าชาวโคราชตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของ GI ที่จะสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้าในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งต่อไปภาครัฐจะลงมาทำงานร่วมกับพื้นที่มากขึ้น เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน GI ได้ทั้งระบบ ในระยะแรกจะเป็นการตั้งคณะกรรมการ GI ประจำจังหวัด ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ดูแลสินค้า GI โดยตรง ช่วยประสานงานเรื่องการจัดทำคำขอ จัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า จัดหาช่องทางการตลาด และผลักดันในด้านต่างๆอย่างครบวงจร
นายวีรศักดิ์ กล่าวว่า ครั้งนี้ก็ได้เห็นกระบวนการผลิตสินค้าเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนอย่างละเอียดทุกขั้นตอน เห็นถึงความพิถีพิถันในการผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นแตกต่างจากที่อื่น เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนจึงเป็นอีกหนึ่งสินค้า GI ที่มีศักยภาพที่เราต้องการผลักดันสู่ตลาดโลก และเชื่อมโยงแหล่งผลิตควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวภายในจังหวัด เพื่อต่อยอดการสร้างรายได้ให้กับชุมชนในทุกมิติ พร้อมกับได้มอบหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมาอย่างเป็นทางการอีก 4 รายการ ที่ประกาศขึ้นทะเบียนปี 2561– 62 ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน ไวน์เขาใหญ่ ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ และกาแฟวังน้ำเขียว ทำให้ปัจจุบันจังหวัดนครราชสีมามีสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาไว้แล้ว 6 รายการ ซึ่งอีก 2 รายการ ได้แก่ กาแฟดงมะไฟ และเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน
” มอบนโยบายแก่กรมทรัพย์สินทางปัญญา เตรียมผลักดันสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นอื่นๆ ให้ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI เช่น ผ้าไหมปักธงชัย มะขามเทศเพชรโนนไทย ผ้าไหมคึมมะอุ เพื่อให้จังหวัดนครราชสีมามีสินค้า GI มากที่สุดในประเทศ ” นายวีรศักดิ์ กล่าว

