เฉลียงไอเดีย : เจ้าแม่บ้านชานเมือง ประวีรัตน์ เทวอักษร ถอดบทเรียนไม่ซ้ำรอยวิกฤตต้มยำกุ้ง ปั้น‘วิลล่า คุณาลัย’ในธีมสร้างสุข

ประวีรัตน์ เทวอักษร

การขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิดความสุข และอุดมการณ์ที่มุ่งมั่นในการพัฒนาองค์ความรู้ที่สั่งสมมามากกว่า 20 ปี ในการพัฒนาบ้านชานเมือง ที่มีจุดเด่น แตกต่าง และเข้มแข็ง ภายใต้แบรนด์วิลล่า คุณาลัย บริหารงานโดยหญิงเก่ง คุณประวีรัตน์ เทวอักษร กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด ผู้ผ่านประสบการณ์และการเรียนรู้ต่อการรับมือกับวิกฤตและปัญหา จนกลับมายืนตั้งหลังได้อีกครั้ง หลังโดนพิษต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ที่เคยซวนเซมาแล้ว!

การก้าวผ่านกับคำว่าเป็น “หนี้” ในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง เป็นเรื่องที่หนักมากสำหรับเด็กเพิ่งเรียนจบ ที่มารับรู้ว่าธุรกิจของคุณพ่อกำลังประสบปัญหาจนเป็นหนี้ งานแรกที่ต้องทำคือ การขอเจรจาหนี้กับสถาบันการเงิน รวมถึงการทำแผนธุรกิจว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ซึ่งที่สุดก็สามารถก้าวข้ามและผ่านไปได้อย่างสวยงาม

“เคยมีคนถามว่า คิดบ้างหรือไม่ว่าถ้าทำไม่สำเร็จจะเป็นอย่างไร ซึ่งพอกลับมาคุยกับตัวเองก็รู้ว่า ไม่เคยคิดว่าจะไม่สำเร็จ เพราะตอนนั้นมันไม่มีประตู หน้าต่าง หรือช่องทางอื่นให้ทำอีกแล้ว นอกจากจะต้องแก้หนี้ให้หมดให้ได้ เพราะถ้าเอาหนี้ไม่ลงก็จะไม่ได้เกิดอีกเลย จึงเกิดกระบวนการคิดที่ละเอียดเป็นขั้นตอน”

เป็นความโชคดีที่มีคุณพ่อเป็นหัวเรือใหญ่คอยนำทีม และปักธงในการปลดหนี้ เพื่อเป้าหมายการรักษาชื่อเสียงของบริษัทกลับคืนมาและให้ลูกๆ สามารถดำเนินธุรกิจที่พ่อสร้างได้ต่อไป เพราะพ่อไม่ได้มองการเลี้ยงลูกให้โตเป็นภาระ แต่มองว่าเป็นของขวัญที่รอวันแกะกล่อง ดังนั้นแม้ในช่วงที่ลำบากถึงขีดสุด ความเป็นครอบครัวที่ช่วยกัน มองทุกอย่างให้เป็นเรื่องสนุก ทำให้สามารถก้าวผ่านความลำบากในช่วงนั้นมาได้

“ช่วงที่เจอปัญหาเป็นช่วงที่ทุกข์และลำบากมาก แต่ไม่ได้ลำบากแค่คนเดียว เพราะทุกคนลำบากหมด เห็นภาพคุณแม่เอาเครื่องเพชรไปขายเพื่อนำเงินไปประนอมหนี้ อยู่บ้านที่พอมีคนมาซื้อก็ต้องย้ายออกเลย เพื่อนำเงินไปลดหนี้ พอกระบวนการของความทุกข์ทำงานเสร็จสรรพแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะบ่นกันถึงแต่ความทุกข์ ทำให้ทุกครั้งที่คุยกันจะเป็นเรื่องความสุขในอนาคต และขั้นตอนในการพาให้ถึงความสุขที่ว่าไว้”

ปัจจุบันคุณาลัยเป็นบริษัทใหม่ที่ตั้งออกมาจากบริษัทของพ่อ เน้นโครงการบ้านชานเมืองเพียงอย่างเดียว เพราะมีความเชื่อมั่นในองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของตัวเอง ซึ่งสร้างบ้านอยู่ในระดับราคาตั้งแต่เล็กสุด 2-3 ล้านบาท จนกระทั่งใหญ่สุดอยู่ที่ 5.5-6 ล้านบาท ที่ผ่านมาเน้นลุยโครงการในจังหวัดนนทบุรี พื้นที่บางบัวทองและบางใหญ่เป็นหลัก ตั้งแต่ปี 2550 จนกระทั่งปัจจุบัน

ส่วนปีนี้มีความพิเศษคือทำโครงการในพื้นที่ๆ แตกต่างจากเดิม คือจังหวัดฉะเชิงเทรา เหตุผลที่เลือกออกจากคอมฟอร์ตโซนไปยังฉะเชิงเทรา เพราะคุณาลัยเป็นแบรนด์ที่มีความชำนาญบ้านชานเมืองเป็นหลัก เน้นทำเลพื้นที่รอบกรุงเทพฯและปริมณฑล โดย 10 ปีที่ผ่านมาเริ่มทำโครงการที่บางบัวทองเป็นหลักจนสร้างความแข็งแรงด้านชื่อเสียงแบรนด์ มีฐานลูกค้าพอสมควร ในปีนี้จึงวางโครงสร้างของบริษัทสำหรับรองรับการบริหารและดำเนินงานในอนาคตอีก 10 ปีต่อจากนี้ ที่นอกจากปรับปรุงโครงสร้างที่เป็นเรื่องของการบริหารงานภายใน โครงสร้างทางการเงินแล้ว ยังบริหารความเสี่ยงจากคอมฟอร์ตโซนที่บางบัวทองไปโซนอื่นๆ ด้วย โดยโซนฉะเชิงเทรามีการสำรวจไว้แล้วและพบว่ามีโครงสร้างประชากรใกล้เคียงกับพื้นที่ของบางบัวทอง มีความคล้ายในหลายๆ ด้านคือ คนที่อยู่ในพื้นที่นั้น ถึงทำงานในกรุงเทพฯก็จะเดินทางกลับมานอนบ้าน ใช้ระยะเวลาเดินทางไปกลับจากที่ทำงานและบ้านไม่ต่างจากเดินทางไปกลับบางบัวทอง จึงเชื่อว่าสินค้าจะขายได้

คุณประวีรัตน์ย้ำว่า คุณาลัยไม่ใช่แบรนด์ที่จะโยกย้ายถิ่นฐานการทำโครงการบ่อยๆ คือไม่ได้ทำแค่โครงการเล็กๆ แล้วก็ย้ายไปเรื่อย การเลือกทำเลฉะเชิงเทราก็ตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะอยู่ต่อให้ได้อีก 10 ปี สร้างชื่อเสียงต่อเนื่อง และสร้างสินค้าป้อนให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในฉะเชิงเทราได้ยาวๆ

“ที่ผ่านมาทำโครงการในแนวราบอย่างเดียว ไม่คิดจะเปลี่ยนลงไปเล่นแนวคอนโดเพิ่มเติม เพราะคุณาลัยเป็นแบรนด์ที่ชำนาญบ้านชานเมือง จึงต้องการจะพัฒนาธุรกิจให้เดินหน้าไปกับการทำโครงการบ้านชานเมืองให้มีชื่อเสียงและมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะปัจจุบันทุกธุรกิจมีการเดินหน้าและมีความไหลลื่นในของตัวเองอยู่แล้ว ส่วนคุณาลัยเมื่อจับหลักความถนัดและความชำนาญของตัวเองได้ ก็จะพยายามพัฒนาองค์ความรู้ให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบในความชำนาญของแบรนด์ต่อไป”

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความต้องการของผู้บริโภคไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก แต่อาจจะเป็นเรื่องของรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยมากขึ้น กลุ่มคนรุ่นใหม่นิยมการซื้อคอนโดเป็นที่อยู่อาศัยมากกว่าในอดีต แต่คุณาลัยยังยืนยันจะพัฒนาบ้านชานเมืองเป็นหลักเพียงอย่างเดียว “เพราะในยุคที่การแข่งขันสูงมากเหมือนในปัจจุบัน เราอยากมั่นใจว่าถ้าเราลุยอยู่ในธุรกิจใดก็จะสามารถขับเคลื่อนธุรกิจนั้นให้ยืนหยัดต่อไปจนถึงที่สุดได้ มีรายได้และมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเชื่อว่าคุณาลัยจะทำได้ในธุรกิจบ้านชานเมือง ที่มาจากองค์ความรู้ที่สะสมมาตั้งแต่เรียนรู้จากธุรกิจของครอบครัวที่พ่อบุกเบิกไว้”

ที่เพิ่มเติมคือคุณประวีรัตน์ได้ต่อยอดจากพ่อด้วยแนวคิดการทำบ้านแบบ “ตัดส่วนเกิน เพิ่มเติมส่วนจำเป็น” บ้านคุณาลัยจึงมีความต่าง ตั้งแต่การเลือกทำเล ซื้อที่ดินในการทำโครงการ โดยเลือกทำเลที่สามารถเพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต จนได้รับรางวัล “คุ้มค่าน่าซื้อ” ถึง 2 ปีซ้อนในปี 2558-2559

“ถ้าถามว่าสินค้าของคุณาลัยมีอะไรที่โดดเด่น ตอบได้เลยว่าแบรนด์คุณาลัยสามารถทำให้ความคุ้มค่าเป็นที่ประจักษ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม อยู่ในตัวของสินค้าตั้งแต่ต้น ขณะเดียวกันมีกระบวนการออกแบบในทุกขั้นตอนที่ตอบโจทย์การพักผ่อนเพื่อใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เช่น โครงการอาจจะไม่ได้มีต้นไม้เยอะมาก แต่มีความร่มรื่น เย็นสบาย เพราะผ่านการออกแบบตามทิศทางลมธรรมชาติมาแล้ว ไม่ต้องเป็นภาระในการจ้างคนดูแลต้นไม้หรือใบไม้ที่ร่วงหล่น เพราะท้ายที่สุดแล้วสำนักงานจะต้องออกไป และเมื่อออกไปแล้วคนที่ใช้ชีวิตอยู่จริงๆ จะเป็นลูกค้าที่เป็นลูกบ้านในโครงการเหล่านั้นแทน ซึ่งทุกคนจะต้องอยู่ได้และอย่างสบายด้วย”

ถามถึงแนวคิดในการทำงาน คุณประวีรัตน์บอกว่าหลักสำคัญที่สุดคือ “ความสุข” ถ้าไม่มีความสุขหรือทำแล้วเครียดมากก็ไม่อยากทำ เพราะคุณาลัยเป็นแบรนด์ที่สร้างบ้านด้วยแนวคิด “สร้างพื้นที่ สร้างความสุข” ซึ่งเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนต้องการพื้นที่เป็นของตัวเอง พื้นที่ที่สามารถใช้ชีวิตอย่างสบายในรูปแบบของตัวเองได้ จึงนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ในการบริหารทั้งคนทั้งงาน รวมถึงมีพื้นฐานในการทำงานง่ายๆ อย่าง “เรียนรู้ สู้งาน มีจริยธรรม อีโก้ต่ำความรับผิดชอบสูง” เป็นดีเอ็นเอของแบรนด์คุณาลัย ซึ่งเมื่อคนที่มีแนวคิดเดียวกันมาทำงานด้วยกัน ก็จะช่วยกันขับเคลื่อนองค์กรให้เดินหน้าต่อไปได้

กว่าจะมาเป็นแบรนด์ที่ติดตลาดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การจะรักษาให้แบรนด์ติดตลาดต่อไปเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า เชื่อว่าการวางรากฐานที่ดีตั้งแต่ต้น มองบวก น่าจะสามารถนำพาให้แบรนด์อยู่คงทนอย่างมีชื่อเสียงต่อไปได้ อย่าง “วิลล่า คุณาลัย” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่พิสูจน์ให้เห็นแล้ว

 

บทความก่อนหน้านี้ดูลีลาตอบคอมเม้นท์ของ ‘โจ๊ก โซคูล’ งานนี้ไม่มีคำว่า ‘ธรรมดา’
บทความถัดไปปลูกความรักความหวงแหน ส่องชุมชนในฝัน ‘หนูน้อย’ ผ่านงานศิลปะ