วันที่ 2 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวผันผวน โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,654.92 จุด ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,652.90 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,654.11 จุด ปรับลดลง 0.81 จุด หรือ 0.05% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,658.66 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,646.59 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 52,702.62 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 1,443.22 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ 335.88 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 1,130.81 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ขายสุทธิ 648.30 ล้านบาท
โดยนายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชียพลัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ ช่วงเช้าดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบ ส่วนภาคบ่ายกลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวก แต่ก็ยังปิดตลาดในแดนลบอยู่ดี โดยที่บวกขึ้นมาในช่วงบ่ายมีสาเหตุจาก ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนสิงหาคมของจีน ดีดตัวขึ้นแตะระดับสุงสุดในรอบ 5 เดือน โดยปรับตัวขึ้นแตะระดับ 50.4 จากระดับ 49.9 ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งออกมาดีกว่าตลาดคาดการณ์ไว้จะปรับลดลง โดยวันอาทิตย (1 กันยายน) ที่ผ่านมา สหรัฐฯและจีนมีการปรับขึ้นภาษีระหว่างกัน ส่งผลให้ตลาดหุ้นและราคาน้ำมันดิบปรับฐานลง โดยราคาน้ำมันดิบปรับลง ส่งผลทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานกดดันตลาด รวมถึงหุ้นกลุ่มสื่อสารและหุ้นกลุ่มแบงก์ด้วย ซึ่งเป็นการเทขายเพื่อลดความเสี่ยง
“หุ้นขนาดใหญ่ปรับฐานลง ทำให้กดดันตลาดหนัก นำโดย ปตท. แอดวานซ์และปตทสผ. สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นในวันพรุ่งนี้ (3 กันยายน) ให้น้ำหนักไปที่ความคืบหน้าของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน (เทรดวอร์) ซึ่งสหรัฐฯและจีนจะส่งคณะผู้แทนมาเจรจาการค้าร่วมกัน แต่มองว่าในระยะยาวน่าจะยังไม่จบในเร็วๆ นี้ ทำให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) น่าจะไม่ไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงในเร็วๆ นี้ กลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ ให้เลือกลงทุนในหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยเฉพาะ โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,640-1,660 จุด”นายฐกฤตกล่าว
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว


