ในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน วาระสำคัญ คือ ข้อสรุปการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) 1.5 ล้านตัน ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินการจะเดินหน้าอย่างไร หลังเปิดประมูลได้ผู้ชนะในการจัดหาแอลเอ็นจีแล้ว คือ ปิโตนาส จากประเทศมาเลเซีย แต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญา ขณะที่มติ กพช.กำหนดให้นำเข้าภายในปีนี้ เพื่อเพิ่มผู้นำเข้าในตลาดจากปัจจุบันมีบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) รายเดียว
ถือเป็นวาระร้อน มีรายละเอียดต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ นั่นคือ ความกังวลว่าจะเกิดภาระไม่ใช้ก็ต้องจ่าย หรือ Take or Pay หากท้ายที่สุดความต้องการใช้ก๊าซของ กฟผ.น้อยกว่า 1.5 ล้านตัน จะกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน แต่ กฟผ.ยืนยันว่าบริการสัญญาได้ไม่กระทบค่าไฟแน่นอน
คณะทำงานจึงเสนอทางเลือก 3 แนวทางให้สนธิรัตน์ เคาะ คือ 1.เดินหน้าปกติ 2.ซื้อก๊าซแบบตลาดจร (สปอต) แทน และ 3.เลื่อนออกไปก่อน
ท้ายที่สุด สนธิรัตต์เลือกข้อ 2 จึงล้มประมูลไปโดยปริยาย แต่ยังให้ กฟผ.นำเข้าแบบสปอตมาทดลองประมาณ 2 แสนตัน หรือคิดเป็น 2 ลำเรือ ใช้กับโรงไฟฟ้าวังน้อย หรือบางปะกง จำนวน 20 วัน จากนั้นให้สรุปผลการดำเนินงานเสนอกระทรวงพลังงาน เพื่อใช้ประกอบนโยบายเสรีก๊าซธรรมชาติ หรือทีพีเอโค้ด นอกจากนี้เดือนกันยายนนี้จะเสนอข้อสรุปดังกล่าวให้ กพช.อนุมัติ
สาเหตุการยกเลิกเพราะปริมาณแอลเอ็นจีเกินความต้องการ เนื่องจากปี 2558 ช่วงเตรียมการประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย 2 แหล่งคือ บงกช และเอราวัณ ระบบแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) ในปี 2558 รัฐบาลกังวลว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ไทยขาดแคลนก๊าซคิดเป็นปริมาณ 1.5 ล้านตัน จึงให้ กฟผ.เป็นผู้นำเข้า แต่ปัจจุบันการประมูล 2 แหล่งก๊าซได้ผู้ชนะก๊าซดังกล่าวจึงไม่จำเป็นเร่งด่วน
ราคาซื้อก๊าซ 1.5 ล้านตันระยะยาว ยังกำหนดไว้ค่อนข้างสูงคือ 7.5 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ขณะที่สปอตเพียง 4-5 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู สปอตจึงเหมาะสมกว่าเพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าไฟในอนาคต
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานแสดงความเห็น “เรื่องนี้จึงเป็นทางออกที่ดี ถ้าทดสอบพิสูจน์ว่า กฟผ.ทำได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่า ค่าไฟฟ้าลดลง ปตท.ต้องปรับตัว ต้องปรับสัญญาระยะยาวเป็นสปอตให้มากขึ้น ส่วน กฟผ.ทดสอบในสัดส่วนที่พอทำได้ ถ้าเอาเข้ามาเป็นล้านตันแล้วบริหารไม่เป็นก็ไม่รู้จะไปขายใครต่อเพราะ พ.ร.บ.กฟผ.ไม่ให้ขาย”
ดังนั้นมติ กบง.จึงเป็นทางออกเหมาะที่สุด…

