‘สนธิรัตน์’ ปลื้มประชุม รมต.พลังงานอาเซียนวันแรกฉลุย เห็นพ้องเพิ่มใช้พลังงานสะอาด 24% ภายในปี’68

4.09.19 | 20:25 น.

เมื่อวันที่ 4 กันยายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ว่า จากการหารือกับรัฐมนตรีอาเซียน รัฐมนตรีพลังงานของประเทศคู่เจรจา และผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ ทั้ง 10 ประเทศ ในเรื่องของภาพอนาคตพลังงานของภูมิภาคอาเซียน สถานการณ์และสภาวะปัญหาทางด้านพลังงาน โดยมีการคาดการณ์ว่า อาเซียนจะมีการเติบโตด้านการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้เตรียมการรับมือกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานถ่านหิน ไปสู่พลังงานสะอาด

นายสนธิรัตน์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันอาเซียนมีสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดอยู่ที่ 13% จากการประชุมในครั้งนี้ได้มีการปรับเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด โดยคาดว่าในปี 2568 จะมีการใช้พลังงานสะอาดรวม 24.4% เพื่อให้อาเซียนสามารถรับมือกับประเด็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคตได้ จึงได้มีข้อเสนอแนะให้อาเซียนมุ่งพัฒนานโยบายการส่งเสริมการลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐาน น้าพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการใช้พลังงานในอนาคต

นายสนธิรัตน์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือร่วมกับทบวงพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ (ไอรีน่า) ในประเด็นบทบาทของพลังงานทดแทนทั้งในบริบทโลกและในภูมิภาค ซึ่งการเตรียมการรับมือกับยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาดในอนาคตทุกประเทศต้องมีการพัฒนานโยบายการลงทุนและการสร้างนวัตกรรมเพื่อให้สามารถผลิตและใช้พลังงานสะอาดได้มากขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม สำหรับความร่วมมือกับสิงคโปร์ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี? อาทิ การพัฒนาระบบการทำความเย็น (คูลลิ่ง ซิสเต็ม) เพื่อ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือในเรื่องของผลกระทบด้านพลังงานจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ? ซึ่งปัจจัยที่ต้องคำนึง คือ ภาพรวมการผลิตที่เพียงพอ แต่หากสงครามการค้าฯยังมีความยืดเยื้อ จะมีผลต่อการลงทุนที่ชะลอตัวลง

“ส่วนโครงการเส้นทางสายเศรษฐกิจ หรือวันเบลต์ วันโรด จะส่งผลดีต่อการลงทุนและความมั่นคงด้านพลังงานภูมิภาคอาเซียนหรือไม่นั้น ต้องดูกฎระเบียบการค้า ซึ่งลาวเป็นเส้นทางเชื่อมภูมิภาค ในระยะยาวอาจจะใช้โอกาสนี้เชื่อมโยงและมีความร่วมมือระหว่างกัน ซึ่งในวันที่ 5 กันยายนนี้ จะได้หารือในการประชุมรัฐมนตรีพลังงานบวกสาม (อาเซียนบวก3) จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ต่อไป” นายสนธิรัตน์กล่าว

Advertisement