‘อุตตม-สันติ’ สั่งคุมเข้มสินค้าหนีภาษี ‘ดิวตี้ฟรี-หิ้วจาก ตปท.’ ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์สกัดลักลอบแบรนด์เนม-สิ่งเสพติด

5.09.19 | 13:42 น.

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมกรมศุลกากรว่า มอบให้กรมศุลกากรตรวจเข้มสินค้าลักลอบและเลี่ยงภาษี โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าพืชผลทางการเกษตร เช่น หอมแดง น้ำมันปาล์ม น้ำมันเชื้อเพลิง และสิ่งเสพติด โดยต้องการให้กรมศุลกากรเชื่อมโยงในระบบการบริการเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานภาครัฐและ ภาคธุรกิจ (National Single Window :NSW) รวมถึงทำระบบภาษีของกรมให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ต่อไปการทำงานของกรมศุลกากรต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยเต็มที่ โดยอยากให้กรมศุลกากรเร่งการทำงานดังกล่าวภายใน 3 เดือน

ด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มอบให้กรมศุลกากรเชื่อมโยง NSW ให้ได้ 100% ภายในสิ้นปีนี้  รวมถึงเร่งนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ส่งออก ส่งผลให้ต่อไปการนำเข้าและส่งออกจะเป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด ทำให้การตรวจสอบภาษีและสินค้าเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

นายสันติกล่าวต่อว่า ขณะนี้กรมศุลกากรพยายามเร่งรัดระบบเอกซเรย์มาตรวจการเสียภาษี ซึ่งมอบให้กรมศุลกากรไปตรวจการซื้อสินค้าจากดิวตี้ฟรี ไม่เฉพาะในสนามบินเท่านั้น เพื่อป้องกันการรั่วไหลภาษีและป้องกันสินค้าดังกล่าวเล็ดลอดเข้ามาในประเทศ

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ในเรื่องดิวตี้ฟรีนั้นกรมให้ความสำคัญในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้กรมพยายามเร่งรัดติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คร่อมสายพานสนามบินสุวรรณภูมิ  23 เครื่อง เพื่อตรวจจับสินค้าผิดกฎหมายและหนีภาษี โดยเครื่องดังกล่าวจะตรวจสอบกระเป๋าเดินทางทุกใบตั้งแต่ออกมาจากเครื่องบิน ซึ่งการติดตั้งเอกซเรย์คร่อมสายพานสนามบินสุวรรณภูมิแล้วเสร็จในสิ้นปีนี้ และเริ่มใช้งานอย่างจริงจังในช่วงต้นปี 2563 ต่อไปหากพบว่ากระเป๋าใบใดต้องสงสัยจะทำเครื่องหมายไว้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบอย่างตรงจุด ซึ่งต่อไปทำให้การลักลอบ และเลี่ยงภาษีในกลุ่มสินค้าแบรนด์เนมราคาแพง และกลุ่มสินค้าผิดกฎหมายผ่านสนามบินน่าจะลดลง

“ผู้ที่นำเข้าสินค้าราคาแพงต้องมีจิตสำนึกในการเสียภาษี และต้องรู้ตัวว่าควรต้องสำแดงสินค้าเพื่อเสียภาษีหรือไม่ กรมไม่ได้กังวลว่าจะเกิดดราม่า เมื่อทำเรื่องที่ถูกต้อง ยอมรับสิ่งที่ทำ ซึ่งกรมอนุโลมให้สามารถนำของติดตัว ซึ่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาในไทยได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อคน” นายกฤษฎากล่าว

Advertisement

นายกฤษฎากล่าวว่า กรมพยายามเข้มงวดในเรื่องการลักลอบเสียภาษี โดยในปีงบ 2562 นี้ สามารถจับกุมกรณีลักลอบไปแล้ว 5.8 พันคดี และหลีกเลี่ยงภาษีไปแล้ว 2.3 หมื่นคดี เพิ่มสูงช่วงเดียวกันปีงบ 2561 จับกุมลักลอบไป 5.3 พันคดี หลีกเลี่ยงภาษีไป 1.5 หมื่นคดี สำหรับการดูแลสินค้าเกษตรอ่อนไหว เช่น กระเทียม หอมใหญ่ และหอมแดง กรมจับกุมไปแล้ว 384 ราย เพิ่มขึ้น 86% ในปีนี้จัดเก็บภาษีในกลุ่มดังกล่าวถึง 1.6 พันล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมาจัดเก็บภาษีในกลุ่มนี้ได้ 1 พันล้านบาท ถือว่าเพิ่มขึ้นมาก ล่าสุดกรมจัดเก็บภาษีได้ 1.03 แสนล้านบาท จากเป้าหมาย 1.08 แสนล้านบาท คาดว่าน่าจะทำได้

นายกฤษฎากล่าวว่า เรื่อง NSW นั้นขณะนี้เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ ไปแล้ว 90% โดยยังเหลืออีก 6 หน่วยงานที่กำลังอยู่ระหว่างการเชื่อมโยงข้อมูลในทุกสินค้าคาดว่าน่าจะเสร็จทันในปีนี้ ส่วนการเชื่อมโยงกับประเทศในอาเซียน 10 ประเทศนั้นเชื่อมโยงไปแล้ว 7 ประเทศ เหลือประเทศฟิลิปปินส์ พม่า คาดว่าจะเชื่อมโยงข้อมูลแล้วเสร็จปีนี้ ส่วนลาวกำลังพัฒนาระบบที่จะมาเชื่อมโยงกัน