หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘จุรินทร์’ ดั...

‘จุรินทร์’ ดันคุยอาร์เซปจบ ปีนี้ เพิ่มขนาดตลาดการค้าใหญ่ขึ้น คิดเป็น 30% ของโลก (ชมคลิป)

6.09.19 | 12:13 น.

วันที่ 6 กันยายน 2562 ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ มีการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 51 โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดการประชุม

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายในงานพิธีเปิดการประชุมครั้งนี้ว่า ในฐานะที่ไทยเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ ได้ให้ความสำคัญในประเด็นการมุ่งผลักดันที่เห็นว่าจะต้องมีการดำเนินงานต่อเนื่องหรือเร่งรัดให้บรรลุผลสำเร็จโดยเร็ว รวมถึงประเด็นใหม่ๆที่อาเซียนยังไม่เคยมีการดำเนินงานมาก่อน อาทิ แผนงานด้านนวัตกรรมและแผนการดำเนินงานตามกรอบบูรณาการด้านดิจิทัล ซึ่งเป็นการสานต่อจากประเทศสิงคโปร์ รวมถึงการจัดทำแนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรม และการพัฒนาทักษะทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 หรือ โฟร์ไออาร์ และการส่งเสริมการใช้ดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรืออาร์เซ็ป (RCEP) เชื่อว่าจะเป็นกรอบการเจรจาที่จะช่วยเสริมสร้างความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากสมาชิกอาร์เซปทั้ง 16 ประเทศ ในการหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้สามารถสรุปผลการเจรจาสำเร็จในสิ้นปีนี้ตามที่ผู้นำอาเซียนได้ตั้งเป้าหมายไว้ หากประสบความสำเร็จจะทำให้ตลาดการค้าขยายตัวใหญ่ขึ้น มีประชากรรวมเป็น 3,500 ล้านคน หรือเทียบจีดีพี(ผลิตภัณฑ์มวลรวม) ประมาณ 30% ของโลก

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่สภาธุรกิจอาเซียนเสนอให้ผู้นำอาเซียนควรเพิ่มบทบาทในการต่อต้านสงครามการค้านั้น ทุกประเทศมีแนวทางในการดำเนินการอยู่แล้ว ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้จั้งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ.พาณิชย์ เพื่อติดตามสถานการณ์ และผลกระทบจากสงครามการค้าเพื่อนำมากำหนดแผนดำเนินงานให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป

นายอรินทร์ จิรา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน กล่าวว่า ในส่วนของสภาธุรกิจอาเซียนต้องการให้ผู้นำอาเซียนแสดงจุดยืนด้วยการออกแถลงการณ์ในการต่อต้านสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐโดยต้องกล้าที่จะส่งสัญญาณให้ทั้งจีนและสหรัฐยุติสงครามการค้า โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าการลงทุนของประเทศทั่วโลกซึ่งหากอาเซียนที่เป็นหนึ่งในตลาดขนาดใหญ่ของโลกออกมามีบทบาทในการแสดงจุดยืนเรื่องการต่อต้านสงครามการค้าก็จะทำให้ผู้นำภูมิภาคอื่นออกมาแสดงจุดยืนในทิศทางเดียวกันซึ่งจะส่งผลดีต่อการค้าการลงทุนทั่วโลกและหากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อออกไปก็จะทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกถดถอยไปเรื่อย

Advertisement