“สนธิรัตน์”กล่อมสหภาพกฟผ.อยู่หมัด รับเจรจาปิโตรนาสมั่นใจไม่โดนฟ้อง-ให้ปตท.แก้สัญญาเช่าถังก๊าซไม่โดนเช็คบิลย้อนหลัง
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลัง สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) ประมาณ 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือคัดค้านการล้มประมูลการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ว่า จากการหารือกับนายศิริชัย ไม้งาม ประธาน สร.กฟผ. และแกนนำ ได้ชี้แจงทำความเข้าใจต่อสร.กฟผ.ให้เข้าใจกรณีการยกเลิกการประมูลก๊าซแอลเอ็นจี 1.5 ตันของกฟผ.ว่าไม่ใช่การยกเลิกนโยบายเสรีแอลเอ็นจี แต่มติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)คือ ให้ปรับรูปแบบเป็นใช้การใช้ตลาดจร(สปอต) แทน เพราะกังวลว่าหากให้ กฟผ.นำเข้าผ่านบริษัท ปิโตรนาส
ประเทศมาเลเซีย ผู้ชนะการประมูลอาจเกิดผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ตกถึงประชาชนได้
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า สร.กฟผ.ยังกังวลว่าหากเลิกนำเข้าแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตันจะกระทบกับความเชื่อมั่นกฟผ.ที่มีต่อปิโตนาสและอาจถูกฟ้องร้องได้ เรื่องนี้ได้ชี้แจงแล้วว่าแม้ปิโตรนาสจะชนะประมูล แต่ยังไม่มีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ จึงไม่สามารถฟ้องร้องกฟผ.ได้ อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานจะมีคณะทำงานเจรจาทำความเข้าใจปิโตรนาสอีกทางหนึ่งด้วย ยืนยันไม่มีปัญหาแน่นอน นอกจากนี้พบว่ากฟผ.ยังกังวลกรณีการทำสัญญาเช่าถังบรรจุก๊าซจากปตท.เพื่อรองรับแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตันดังกล่าว มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท เรื่องนี้ไม่น่ากังวลเช่นกัน โดยกระทรวงพลังงานจะเจรจากับปตท.เพื่อแก้สัญญา เพราะมติกบง.เปลี่ยนไปแล้ว
นายศิริชัยกล่าวว่า ผลการหารือครั้งนี้น่าพอใจ เพราะสิ่งที่สร.กฟผ.กังวลคือความเชื่อมั่นของกฟผ. องค์กรของประเทศ ที่เปิดประมูลได้ผู้ชนะแล้ว แต่ยกเลิก แล้วภาพลักษณ์อนาคตหรือภาพลักษณ์ที่จะทำธุรกิจกับประเทศต่างๆจะเป็นอย่างไร เรื่องนี้นายสนธิรัตน์ได้รับปากจะเจรจากับปิโตรนาสให้หลังหารือกับรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ประเทศมาเลเซีย และเกิดความเข้าใจแล้ว รวมทั้งจะเจรจาแก้ไขสัญญาเช่าคลังก๊าซบรรจุแอลเอ็นจี ที่สัญญาระบุว่าต้องจ่ายเดือนละ 190 ล้านบาท ปีละ 2,280 ล้านบาท และตลอดสัญญากว่า 30 ปีต้องจ่ายกว่า 70,000 ล้านบาท เรื่องนี้สำคัญหากไม่ป้องกันกฟผ.อาจต้องจ่ายเงินจำนวนนี้ให้ปตท. ทั้งนี้นายสนธิรัตน์ยังยืนยันว่าหากนโยบายเสรีแอลเอ็นจีเดินหน้าเต็มรูปแบบก็จะให้กฟผ.เป็นผู้เล่นรายที่ 2 ในตลาด และพิจารณาปิโตรนาสนำเข้ารายแรกๆก่อน เพราะเคยชนะประมูลแล้ว ซึ่งปริมาณแอลเอ็นจี 1.5 ล้านถือว่าไม่มาก เมื่อเทียบกับความต้องการใช้ก๊าซของกฟผ.และบริษัทในเครือรวม 8 ล้านตันต่อปี


