‘บี.กริม เพาเวอร์’ เปิดโรงไฟฟ้าโซลาร์เวียดนาม ใหญ่สุดในอาเซียน
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่เมืองเตนินห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของประเทศ จัดงานเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินโครงการ DAU TIENG 1 และ DAU TIENG 2 (DT1& DT2) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 420 เมกะวัตต์ อย่างเป็นทางการ ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
โดยมี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน นายหว๋อ วัน เทื่อง Head of Propaganda and Training Commission, Member of Politburo, นายเหงียน วัน บิง Head of Economic Commission, Member of Politburo, ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม, นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานรัฐและเอกชนทั้งของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศไทยเข้าร่วมพิธีเปิด

ดร.ฮาราลด์กล่าวว่า กลุ่ม บี.กริม ร่วมบุกเบิกด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคมากกว่า 141 ปี โดย บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM เป็นบริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมไทยมากว่า 20 ปี รวมถึงการขยายธุรกิจไปสู่ระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง สำหรับสาธารณรัฐเวียดนามนั้นถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพการลงทุนสูง ด้วยการเติบโตของเศรษฐกิจ จีดีพีขยายตัวกว่า 6-7 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และมีการสนับสนุนด้านพลังงานทดแทนอย่างจริงจัง สำหรับการเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ DAU TIENG 1 และ DAU TIENG 2 ที่เวียดนามซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนนั้น ถือเป็นก้าวสำคัญของการเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค ซึ่งจะนำไปสู่การขยายธุรกิจในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
ด้านนางปรียนาถกล่าวว่า โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินโครงการ DAU TIENG 1 และ DAU TIENG 2 ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 420 เมกะวัตต์ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) จำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ Electricity of Vietnam (EVN) แล้วเมื่อวันที่ 3 และ 13 มิถุนายน 2562 ตามลำดับ ด้วยสัญญาการรับซื้อไฟฟ้าในอัตรา 9.35 เซ็นดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง สร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงเป็นระยะเวลา 20 ปี นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2562 บี.กริม เพาเวอร์ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Phu Yen TTP ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 257 เมกะวัตต์ ทำให้ บี.กริม เพาเวอร์ มีกำลังการผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์รวมกว่า 677 เมกะวัตต์ สร้างรายได้ให้บริษัทแล้ว 181 ล้านบาท ในเดือนมิถุนายน 2562 แม้จะเพิ่งเปิดดำเนินการในระหว่างเดือน ส่งผลให้กำลังการผลิตที่เปิดดำเนินการแล้วของ บี.กริม เพาเวอร์ ในปัจจุบันเติบโตกว่า 40 เปอร์เซ็นต์จากช่วงต้นปี โดยมีสัดส่วนกำลังการผลิตจากพลังงานทดแทนเพิ่มเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 8 เปอร์เซ็นต์

ผู้สื่อข่าวรายงาานว่า บี.กริม เพาเวอร์ อยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ขนาดกำลังการผลิต 5 เมกะวัตต์ ในประเทศไทย ซึ่งจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ช่วงเดือนธันวาคม 2562 โดยจะส่งผลให้ภายในสิ้นปีนี้จะมีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์รวมทั้งสิ้น 46 โครงการ เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 17 โครงการ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 24 โครงการ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3 โครงการ โครงการขยะอุตสาหกรรม 1 โครงการ และโรงไฟฟ้าพลังงานดีเซล 1 โครงการ มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 2,896 เมกะวัตต์ และส่งผลให้รายได้ปีนี้เติบโตตามเป้าหมาย 15-20 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาขยายการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการโรงไฟฟ้าในอีกหลายประเทศ ทั้งในเวียดนาม เกาหลีใต้ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ กัมพูชา รวมถึงระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนไปสู่เป้าหมายการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 5,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2565

