หน้าแรก เศรษฐกิจ กรมศุลฯดึงกรม...

กรมศุลฯดึงกรมขนส่งร่วมตรวจสอบรถหรู เล็งเปิดประมูลรอบใหม่ปี’63 โละค้างสต๊อก 4 พันคัน

8.09.19 | 19:49 น.

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า การหารือกับกรมขนส่งทางบกถึงการเปิดประมูลขายขายทอดตลอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของกลางรอบใหม่คืบหน้าไปมาก โดยในการตรวจสอบรถนำมาประมูลว่าเป็นรถยนต์จดประกอบหรือไม่กรมศุลกากรได้ให้กรมขนส่งเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย คาดว่าในปีงบ 2563 จะสามารถเปิดประมูลใหม่ได้ หลังจากที่ยุติการประมูลมาตั้งแต่ปีงบ 2560  ซึ่งในการเปิดประมูลหากจะให้คุ้มค่าต้องมีรถยนต์เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 200 คัน

ขณะนี้มีรถยนต์ที่ไม่มีคนประมูลในรอบก่อนและกรมการขนส่งทางบกตรวจสอบแล้วว่าจดทะเบียนได้ 90 คัน หลังจากนี้คงต้องทำงานร่วมกันระหว่าง 2 กรม เพื่อตรวจสอบรถยนต์ที่ค้างสต๊อกกว่า 4 พันคันว่าคันไหนจะสามารถนำมาเปิดประมูลได้นายกฤษฎา กล่าว

ทั้งนี้ในการประมูลครั้งล่าสุดเกิดปัญหาว่ารถบางคันที่ถูกประมูลไปไม่สามารถนำไปจดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกได้ เพราะกรมขนส่งมองว่ารถดังกล่าวเป็นรถจดประกอบ นำเข้ามาแบบไม่ถูกต้อง แล้วอาศัยช่องทางการประมูลในการฟอกรถให้ถูกกฎหมาย  เช่น ผู้นำเข้าอาจจะถอดอุปกรณ์บางอย่างออก เพื่อไม่ให้รถยนต์ใช้การได้ จึงทำให้ไม่มีคู่แข่งในการประมูลรายอื่นได้รถยนต์คันดังกล่าวไป อย่างไรก็ตามกรมศุลกากรยืนยันไปยังกรมขนส่งทางบกแล้วว่า จะทำลายรถยนต์ของกลางหากเป็นรถยนต์ที่ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ เพื่อดัดหลังผู้ลักลอบนำเข้าในการเข้ามาประมูลรถยนต์ของกลาง โดยพบว่ารถที่ประมูลไปแล้วไม่สามารถจดทะเบียนได้มีประมาณ 20-30 คัน ซึ่งขณะนี้ผู้ประมูลอยู่ระหว่างการฟ้องร้องกรมศุลกากร

นายกฤษฎากล่าวว่า ในการแก้ปัญหาผู้ประมูลไปแล้วไม่สามารถนำรถไปจดทะเบียนได้นั้น กรมศุลกากรได้หารือไปยังกรมบัญชีกลางว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะเงินจากการประมูลส่งเข้าคลังไปแล้ว ขณะนี้กรมศุลกากรไม่รู้ว่าจะนำเงินจากไหนมาคืนให้ นอกจากนี้อาจมีอีกแนวทางคือเมื่อเปิดประมูลใหม่กันเงินจากการประมูลคืนให้กับผู้ที่ไม่สามารถจดทะเบียนได้ สุดท้ายรอว่าศาลฯมีคำสั่งอะไรออกมา  ซึ่งในการประมูลรถของกลางหากสามารถดำเนินการได้จะช่วยสร้างรายได้ให้รัฐปีละ 500-1,000 ล้านบาท